BIO1001 ภาค S/2553 ข้อ1-10

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2553

ข้อสอบกระบวนวิชา BIO1001 ชีววิทยาเบื้องต้น

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเลียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 100 ข้อ)

1. ถ้าเอาระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์มาปรับใช้กับการแก้ปัญหา ควรจะเริ่มต้นที่ใด

(1)       พิจารณาว่าปัญหานั้นคืออะไร 

(2) ประมวลว่าอะไรเป็นเหตุให้เกิดปัญหานั้น

(3) หาแนวทางแก้ปัญหา         

(4) คิดหาวิธีเหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหา

ตอบ 1 หน้า 2, (คำบรรยาย) กระบวนการหรือระเบียบทางวิทยาศาสตร์มี 5 ขั้นตอน คือ การเก็บ รวบรวมข้อมูล การตั้งสมมุติฐาน การสังเกต ตรวจสอบ หรือทดลอง การประมวลเป็นข้อสรุป และการสร้างทฤษฎี ซึ่งระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์นี้สามารถนำมาปรับใช้ในการแก้ปัญหา ต่าง ๆ ได้ โดยเริ่มต้นจากการพิจารณาว่าปัญหานั้นคืออะไร จากนั้นก็ประมวลว่าอะไรเป็นเหตุ ให้เกิดปัญหา แล้วต่อมาก็หาแนวทางแก้ปัญหา และคิดหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหา

2.         ในความเป็นวิทยาศาสตร์นั้น ข้อใดมีน้ำหนักความสำคัญน้อยที่สุด

(1) สังเกตได้โดยมิติแห่งการรับรู้         (2) พิสูจน์กี่ครั้งก็ได้ผลเหมือนกัน

(3) อาศัยความเชื่อและศรัทธาเป็นปฐม          (4) คำนึงถึงเหตุและผลเป็นหลัก

ตอบ 3 หน้า 2, (คำบรรยาย) ขอบเขตของความเป็นวิทยาศาสตร์ มีดังนี้

1.         ต้องสามารถสังเกตได้โดยมิติแห่งการรับรู้ 2. ต้องสามารถพิสูจน์ทราบได้อย่างเป็นเอกภาพในทุกเมื่อ หรือพิสูจน์กี่ครั้งก็ได้ผลเหมือนเดิม 3. วิทยาศาสตร์ยังไม่ใช่ความจริงที่สมบูรณ์แท้ แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ประกอบด้วยเหตุและผลที่มีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุด

3.         สภาพของสังคมไทยที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ทั้งสื่อธรรมดาและสื่อออนไลน์ อาจกล่าวได้ว่าเป็น

(1) สังคมอุดมปัญญา (2) สังคมแห่งความเชื่อและศรัทธา

(3) สังคมที่ไร้วิจารณญาณ      (4) สังคมโลกาภิวัตน์

ตอบ2  (คำบรรยาย) สังคมแห่งความเชื่อและศรัทธา เป็นสังคมมที่ทำให้มนุษย์สมารถมีวัตถุประสงค์อุดมคติ หรือมีความเชื่อร่วมกันในบางเรื่อง มีการติดต่อสื่อสาร หรือมีการรวมกลุ่มกัน มีการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติบางสิ่งบางอย่าง และมีการจัดการระดับกลุ่ม ที่จะอาจนำไปสู่ ดวามก้าวหน้าหรือความยุ่งเหยิงในสังคมตามมาก็ได้ ซึ่งลักษณะสังคมแบบนี้จะเห็นได้จาก สภาพของสังคมไทยที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ทั้งสื่อธรรมดาและสื่อออนไลน์ในปัจจุบัน

4.         การแลกเปลี่ยนอากาศภายนอก หมายถึง

(1) การหายใจทางจมูก           (2) การหายใจทางปาก

(3) การหายใจโดยใช้เครื่องช่วยหายใจ           (4) วิธีใดก็ได้ที่จะนำอากาศเข้าสู่ปอด

บ 1 หน้า 157 - 158, (คำบรรยาย) การหายใจหรือการแลกเปลี่ยนอากาศ แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ

1.         การแลกเปลี่ยนอากาศภายนอก (External Respiration) เป็นการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างอากาศภายนอกกับถุงลมในปอด โดยอาศัยกลไกของ การสูดลมหายใจเข้าออกทางจมูก 2. การแลกเปลี่ยนอากาศภายใน (Internal Respiration) เป็นการแลกเปลี่ยนก๊าชระหว่างเม็ดเลือดแดงในหลอดเลือดฝอยกับเซลล์ในร่างกาย ซึ่งการหายใจทั้ง 2 ตอนนี้จะเกิดขึ้นโดยกระบวนการแพร่กระจาย (Diffusion)

5.         ผู้ที่สามารถผลิตอาหารได้ด้วยตัวเอง มีการดำรงชีพแบบใด

(1) Heterotrophic Nutrition      (2) Autotrophic Nutrition

(3) Saprophytism       (4) Macrobiotic Nutrition

ตอบ 2 (คำบรรยาย) วิธีการสร้างอาหารของสิ่งมีชีวิต แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

1.         Autotrophic Nutrition เป็นแบบการสร้างอาหารขึ้นได้เองจากอนินทรียสารของสิ่งมีชีวิต พวกออโตทรอฟ โดยมีอยู่ 2 วิธี ได้แก่ Photosynthesis และ Chemosynthesis

2.         Heterotrophic Nutrition เป็นแบบการสร้างอาหารขึ้นมาใช้เองไม่ได้ของสิ่งมีชีวิต พวกเฮเทอโรทรอฟ จึงต้องได้รับอาหารจากสิ่งมีชีวิตอื่น โดยมีอยู่ 3 วิธี ได้แก่ Saprophytism, Parasitism และ Eating (เช่น คน และสัตว์ทั่วไป)

6.         ปกติการย่อยจะสิ้นสุดที่ใด

(1) สำไส้ใหญ่ตอนต้น  (2)ลำส้ใหญตอนกลาง           (3)สำไส้เล็กตอนกลาง            (4)ลำไส้เล็กตอนปลาย

ตอบ 4 หน้า 149, 152 การย่ออาหารจะเริ่มต้นที่ปาก และสิ้นสุดสมบูรณ์ที่ลำไส้เล็กตอนปลาย โดยโมเลกุลของสารอาหารที่ได้จากการย่อยสกัดประเภทกรดอะมิโนและน้ำตาลกลูโคสจะ ถูกดูดซึมเข้าสู่หลอดเลือดฝอย (Capillary Vein) ที่แทรกอยู่ในวิลลัสของผนังลำไส้เล็ก ส่วนสารอาหารประเภทกรดไขมันและกลีเซอรอลก็จะถูกดูดซึมเข้าสู่หลอดน้ำเหลือง (Lacteal) ที่อยู่ในวิลลัสเช่นกัน ซึ่งการดูดซึมสารอาหารเข้าไปในหลอดเลือดและหลอดนํ้าเหลืองนี้จะเป็น ไปโดยกระบวนการออสโมชิส (Osmosis)

7.         หน้าที่หลักของน้ำดี (Bile) คือ

(1) ย่อยไขมัน  (2)       แยกไลปิด        (3)       ย้อมกากอาหาร           (4)       มีรสขม

ตอบ 2 หน้า 149, (คำบรรยาย) น้ำดี (Bile) ที่ถูกสร้างจากถุงน้ำดีที่ตับนั้นไม่จัดว่าเป็นเอนไซม์ เพราะไมใช่โปรตีนและไม่มีน้ำย่อยเป็นองค์ประกอบ จึงไม่มีหน้าที่ย่อยไลปิดหรือไขมัน แต่จะมีบทบาทหน้าที่หลักในการช่วยทำให้ไขมันแยกและคลายตัวออกจากกัน เพื่อสะดวก แกการย่อยของเอนไซม์ไลเปส

8.         อาหารที่เคี้ยวแล้วกลืนเข้าไป จะเคลื่อนตัวต่อไปโดยอาการที่เรียกว่า

(1) Peristalsis     (2)       Epistasis  (3)       Homeostasis    (4)Ecostasis

ตอบ1 หน้า 149, (คำบรรยาย). เพอริสตาลซิส (Peristalsis) คือ การหดตัวและคลายตัวเป็นจังหวะ แบบลูกคลื่นติดต่อกันเป็นระลอกของกล้ามเนื้อเรียบที่ผนังท่อทางเดินอาหาร ทำให้อาหารที่เคี้ยวแล้วกลืนเข้าไปเกิดการเคลื่อนไหลไปตามอวัยวะต่าง ๆ ตั้งแต่จากปากจนถึงทวารหนัก

9.         เอนไซม์ที่เป็นองค์ประกอบอยู่ในนํ้าลาย คือ

(1)ไลเปส         (2)อะไมเลส     (3)โปรตีนเนส  (4)       Saliva

ตอบ2  หน้า 149 น้ำลาย (Saliva) ประกอบด้วย 1. นํ้า ประมาณ 95%     2. น้ำเมือก 3. เกลือแร่ 4. เอนไซม์อะไมเลส (Amylase) หรือเอนไซม์ไทยาลิน (Ptyalin) ทำหน้าที่ ย่อยคาร์โบไฮเดรตประเภทแป้งให้เป็นน้ำตาลมอลโตสได้บางส่วนเป็นอันดับแรกในช่องปาก

10.       สารอาหารที่ถูกดูดซึมเข้าทางหลอดเลือดฝอยในสำไส้เล็ก คือ

(1) กรดอะมิโน (2)       กรดไขมัน         (3)กลูโคส        (4)ข้อ 1 และ 3

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 6. ประกอบ