BIO1001 ภาค 1/2554 ข้อ91-100

91.       เซลล์ประสาทส่งกระแสความรู้สึกออกจากเซลล์ทางใด

(1) เอนด์ เพลต            

(2) ไซแนปล์     

(3) เดนไดรต์    

(4) แอ็กซอน

ตอบ4 หน้า 64, 197 เซลล์ประสาท (Nerve Cell) แต่ละเซลล์ประกอบด้วย

1.         ตัวเซลล์ประสาท (Cell Body)

2.         แอ็กซอน (Axon) ทำหน้าที่ส่งกระแสความรู้สึกและคำสั่งออกจากตัวเซลล์ประสาท

3.         เดนไดรต์ (Dendrite) ทำหน้าที่รับกระแสความรู้สึกเข้าสู่ตัวเซลล์ประสาท

4.         เอนต์ เพลต (End Plate) เป็นเส้นใยละเอียดจำนวนมากที่แผ่อยู่ที่ปลายกิ่งแขนงของเซลล์ประสาท ทำหน้าที่เป็นตัวเกาะเกี่ยวประสานกับเอนด์ เพลต ของเซลล์ประสาทอื่น ๆ

92.       งูเขียวหางไหม้รับสัญญาณของเหยื่อโดยอาศัยหน่วยรับความรู้สึกที่เกี่ยวกับอุณหภูมิ เรียกหน่วยรับ ความรู้สึกนั้นว่า

(1) Chemoreceptor   

(2) Pressoreceptor    

(3) Thermoreceptor 

(4) Phonoreceptor

ตอบ 3 หน้า 196 ในกระบวนการรับความรู้สึก (Reception) มีอวัยวะที่เป็นหน่วยรับความรู้สึก ได้แก่

1.         Thermoreceptor เป็นอวัยวะที่รับความรู้สึกร้อนหรือเย็น (อุณหภูมิ) ได้แก่ ผิวหนัง

2.         Photoreceptor เป็นอวัยวะที่รับความรู้สึกเกี่ยวกับแสงสว่าง ได้แก่ ตา

3.         Pressoreceptor เป็นอวัยวะที่รับความรู้สึกสัมผัสและความเจ็บปวด ได้แก่ ผิวหนัง

4.         Chemoreceptor เป็นอวัยวะที่รับความรู้สึกด้านรสและกลิ่น ได้แก่ ลิ้น และจมูก

5.         Phonoreceptor เป็นอวัยวะที่รับความรู้สึกด้านเสียง ได้แก่ หู

93.       สัตว์บางชนิดสร้างสารเคมีที่เรียกว่า ฟีโรโมน (Pheromone) ช่วยให้มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างไร

(1)       สุนัขเห่าหอนเมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติจากเครื่องกระจายเสียง

(2)       นกเค้าแมวมองเห็นเหยื่อชัดเจนในเวลากลางคืน

(3)       การรวมฝูงของสัตว์ป่าเพื่อลงกินดินโป่ง

(4)       ปลวกเดินทางเป็นแถวเพื่อย้ายถิ่น

ตอบ 4 หน้า 209, (คำบรรยาย) ฟีโรโมน (Pheromone) เป็นสารอินทรีย์เคมีที่เซลล์ต่อมมีท่อ ในร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ภายนอกร่างกาย เพื่อการสื่อสารหรือส่งสาร ตัวอย่างของสารฟีโรโมนที่มีผลทางกลิ่นในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได้แก่ กลิ่นตัวและกลิ่นเหงื่อ ของคน กลิ่นสาบของสัตว์ต่าง ๆ เช่น สุนัข ช้าง แมว แพะ แกะ วัว ควาย, การเดินตามกัน เป็นแถวของปลวกหรือมด เป็นต้น

94.       ต้นไทร เจริญบนต้นไม้อื่นและหยั่งรากลงสู่พื้นดิน การเจริญของรากไทรเป็นการเคลื่อนไหวเนื่องจากมีแรงโน้มถ่วงของโลกมากระตุ้น เรียกว่า

(1) Themotropism (2) Phototropism (3) Chemotropism (4) Geotropism

ตอบ 4 หน้า 200 Geotropism เป็นการเคลื่อนไหวตอบสนองภายนอกต้นพืชเนื่องจากการเจริญเติบโต โดยมีแรงดึงดูดของโลกเป็นสิ่งเร้า เช่น การเจริญของรากไทรจากยอดต้นไม้อื่นลงสู่พื้นดิน เป็นต้น

95.       ในกระบวนการแปลความหมายและสั่งการ ระบบประสาทส่วนกลางที่ทำหน้าที่ในกระบวนการนี้คือ

(1) เซลล์ประสาทส่งสัญญาณ            (2) ไขสันหลัง

(3) กล้ามเนื้อลาย        (4) ไมมีข้อใดถูก

ตอบ2  หน้า 197 กระบวนการแปลความหมายและสั่งการ (Modulation) เกิดขึ้นในขณะที่กระแสความรู้สึกจากเซลล์ประสาทวิ่งผ่านระบบประสาทส่วนกลางซึ่งประกอบด้วยไขสันหลัง (Spinal Cord) และสมอง (Brain) ทั้งไขสันหลังและสมองนี้จะประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ประสาท ซึ่งมาอยู่รวมกันหนาแน่นเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมกิจกรรมต่าง ๆ ของร่างกาย ทั้งด้าน นิสัย สัญชาตญาณ และเชาวน์ปฏิภาณ

96.       เมื่อเรามองเห็นอันตรายในเบื้องหน้าแล้วเดินหนีห่าง การตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เกิดขึ้นในกระบวนการตอบโต้ (Effect) เกิดจากการทำงานขององค์ประกอบใด

(1)       กลามเนื้อ + Motor Neuron + ฮอร์โมน

(2)       ตา + ระบบประสาทส่วนกลาง + กล้ามเนื้อ

(3)       หน่วยรับความรูสึก + Motor Neuron + กล้ามเนื้อ

(4)       ตา + เซลล์ประสาท + ระบบประสาทส่วนกลาง + กล้ามเนื้อ

ตอบ 1 หน้า 197 - 198, (คำบรรยาย) กระบวนการตอบโต้ (Effect) เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ระบบกล้ามเนื้อ เซลล์ประสาทสั่งการ (Motor Neuron) และระบบต่อมสร้างฮอร์โมน โดยการที่ Motor Neuron จะส่งกระแสคำสั่งจากระบบประสาทส่วนกลางมากระตุ้นให้หน่วยตอบสนอง หรือกล้ามเนื้อในบริเวณใกล้กับแหล่งรับความรู้สึกทำงานด้วยการหดตัวของเส้นใยกล้ามเนื้อ จึงทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเดินหนีห่างจากอันตรายที่เรามองเห็น การวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจของนักโทษหนีคดี เป็นต้น

97.       ข้อใดกล่าวถึงทฤษฎีวิวัฒนาการ การคัดสรรโดยธรรมชาติของชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้ถูกต้องที่สุด

(1)       ในการอยู่ร่วมกันเป็นสังคม ต้องมีทั้งผู้นำและผู้ตมซึ่งเกิดจากการคัดเลือกกันเองในหมู่สมาชิก

(2)       การคัดเลือกพันธุ์พืชที่ดีที่สุดมาปลูก ช่วยให้พืชมีอายุยืนยาวถึงลูกถึงหลาน

(3)       สัตว์ป่าตัวที่แข็งแรงจึงจะอยู่รอด มีอาหารและมีลูกหลานได้

(4)       ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ. 3 หน้า 212 - 213 ตามทฤษฎีวิวัฒนาการ การคัดสรรโดยธรรมชาติ” (Natural Selection;ของชาร์ลส์ ตาร์วิน กล่าวว่า ผู้ที่อ่อนแอไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมนั้นจะตายไป เหลืออยู่แต่ผู้ที่เหมาะสมที่สุดเท่านั้นจึงจะอยูรอด มีอาหาร และมีลูกหลานได้ โดยผู้ที่เหมาะสมกับ สภาพแวดล้อมนี้มักจะมีคุณลักษณะพิเศษที่ดีเดนแปลกไปจากผู้อี่น เมื่อมีลูกหลานก็จถ่ายทอดหรือสอนลักษณะนั้น ๆ สืบต่อกันไป เกิดเป็นพันธุ์ใหม่ที่ดีขึ้นมา

98.       ข้อใดคือหลักฐานทางบรรพชีวิน (Paleontology Evidence) ที่ใช้ศึกษาทางวิวัฒนาการ

(1)       ซากใบไม้ที่ทับถมกันในป่าพรุและยังไม่เกิดการย่อยสลาย

(2)       ซากนกทะเลที่ถูกคราบน้ำมันจากเรือสินค้า  

(3) ซากปลาทะเลที่กลายเป็นหิน

(4) ถูกทุกข้อ

ตอบ 3 หน้า 214 หลักฐานทางบรรพชีวิน (Paleontology Evidence) เป็นการศึกษาที่เกี่ยวกับซากเหลือของพืชและสัตว์ซึ่งเคยมีชีวิตอยู่ในสมัยดึกดำบรรพ์ เมื่อตายไปจะถูกกระทำโดย กระบวนการทางธรรมชาติจนซากนั้นกลายสภาพเป็นหิน เช่น ซากปลาทะเลที่กลายเป็นหิน เป็นต้น

99.       นกกระยางมีนิ้วเท้าเรียวยาว นกกานํ้ามีนิ้วเท้าแบนมีพังผืด และนกฮูกมีนิ้วเท้างองุ้มเล็บแหลมคม ความแตกต่างนี้เป็นการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตเพื่อเหตุผลใด

(1) การหาอาหาร         (2) การต่อสู้     (3) การผสมพันธุ์         (4) ทุกข้อที่กล่าวมา

ตอบ. 1 หน้า 228 - 230 การปรับตัวทางด้านรูปร่างของสิ่งมีชีวิตนั้น มีจุดมุ่งหมายสำคัญ 2 ประการ คือ

1.         เพื่อเอื้อประโยชน์ในการหาอาหาร เช่น นกกระยางมีนิ้วเท้าเรียวยาวเหมาะแก่การทรงตัว, นกกาน้ำมีนิ้วเท้าแบนมีพังผืด, นกฮูกมีนิ้วเท้างองุ้มเล็บแหลมคม, ไกมีเล็บเท้าใหญ่และแข็ง เหมาะแกการคุ้ยเขี่ย เป็นต้น

2.         เพื่อการป้องกันหรือหลบหลีกอันตรายจากศัตรู เช่น การมีหูและขาหลังที่ยาวของกระต่าย, การมีเปลือก กระดอง เกล็ด ขนแข็ง ของหอย ปู เต่า นิ่ม และเม่น, การมีสีคล้ายเปลือกไม้ ของผีเสื้อกลางคืน เป็นต้น

100.    พืชพวก Xerophyte มีการปรับตัวอย่างไรเพื่อช่วยลดการคายน้ำ ทำให้พืชสามารถอาคัยอยู่ในที่แห้งแล้งได้

(1) การลดขนาดใบให้เล็กลงมีลักษณะเป็นหนาม      (2) มีปากใบจำนวนมากป้องกันการระเหยของนํ้า

(3)       มีระบบท่อลำเลียงน้ำที่ไม่พัฒนาดีนัก            (4) ทุกข้อที่กล่าวมา

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 69. ประกอบ