BIO1001 ภาค 1/2554 ข้อ31-40

31.       การมีอวัยวะเพศครบสองเพศในต้นหรือตัวเดียวกัน เรียกว่า 

(1) Monoecious       

(2)Protandrous Hermaphodite  

(3) Dioecious    

(4) Polygamous

ตอบ1 หน้า 127, 172 การปรากฏเพศในสิ่งมีชีวิต แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

1.         Dioecious คือ สัตว์หรือพัชที่มีเพศแยกกันเป็นเพศผู้กับเพศเมีย หรือปรากฏการมีเพศเพียงอย่างเดียวในตัวหรือในต้น

2.         Monoecious คือ สัตว์หรือพืชที่มีการปรากฎเพศครบทั้งสองพศในตัวหรือในต้นเดียวกัน

32.       กระบวนการสร้างเซลล์เชื้อเพศ เรียกว่า

(1) Gametogenesis 

(2) Oogenesis      

(3) Spermatogenesis 

(4) เป็นหมดทุกข้อ

ตอบ 1 หน้า 172, (คำบรรยาย) กระบวนการสร้างเซลล์เชื้อเพศหรือเซลล์สืบพันธุ์ในสิ่งมีชีวิต หากกล่าว โดยรวมไม่ระบุชนิดของเพศ เรียกว่า แกมีโตจีเนซิส” (Gametogenesis) ซึ่งแบ่งออกเป็น

1.         กระบวนการสร้างเซลล์ไข่หรือเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย เรียกว่า โอโอจีเนซิส” (Oogenesis)

2.         กระบวนการสร้างสเปิร์มหรือเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ เรียกว่า สเปอร์มาโตจีเนซิส” (Spermatogenesis)

33.       การปฏิสนธิที่เกิดขึ้นในตัวเองโดยไมต้องมีคู่ผสมพันธุ์ เรียกว่า

(1) External Fertilization  (2) Self-fertilization

(3)       Cross Fertilization  (4) Internal Fertilization

ตอบ2  (คำบรรยาย) Self-fertilization เป็นการปฏิสนธิที่เกิดขึ้นในตัวเองโดยไม่ต้องมีคู่ผสมพันธุซึ่งเกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิตประเภทที่มีสองเพศในตัวหรือต้นเดียวกัน (Monoecious) โดยที่เชื้อเพศจะแกตัวพร้อมก้น และเชื้อเพศผู้ก็จะผสมกับเชื้อเพศเมียในตัวหรือต้นเดียวก้น เช่น การปฏิสนธิในพยาธิตัวตืด การปฏิสนธิที่เกิดในฝักข้าวโพด ฯลฯ

34.       Cross Fertilization เกิดในการจับคู่ผสมพันธุ์แบบใด

(1) Copulation  (2) Amplexus     (3) Conjugation         (4) ถูกทุกข้อ

ตอบ3(คำบรรยาย) แบบแผนของการจับคู่ผสมพันธุ์ (Pattern of Mating) แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ

1.         การทาบ (Conjugation) คือ การนำเอาท่อนลำตัวมาทาบตัวเคียงขนานกันแล้วมีการสร้างอวัยวะที่จะแลกเชื้อเพศระหว่างกัน ซึ่งจะเกิดขึ้นในการปฏิสนธิในลักษณะ Cross Fertilization ได้แก่ ไส้เดือน

2.         การทับ (Amplexus) คือ การที่เพศผู้ขึ้นไปเกาะทับบนด้านหลังของเพศเมีย หันหน้าไปในทิศทางเดียวกัน เช่น แมลง สุนัข เก้ง กวาง ช้าง ฯลฯ

3.         ประกบ (Copulation ) คือ การหันหน้าเข้าหากัน เช่น กุ้ง ปู ลิง มนุษย์ ฯลฯ

35.       สัตว์ที่ตัวเมียออกไข่ มีลูกแบบ

(1) Viviparous   (2) Ovoviviparous     (3) Oviparous    (4) Omnivorous

ตอบ 3 หน้า 91, 138, (คำบรรยาย) Enaima เป็นสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง และเลือดมีสีแดง ซึ่งประกอบด้วยสัตว์ 2 พวก ได้แก่

1.         Oviparous คือ สัตว์ที่ตัวเมียออกลูกเป็นไข่ เช่น เต่า จระเข้ กบ ยุง เป็ด ไก่ ตุ่นปากเป็ด ห่าน ไดโนเสาร์ เป็นต้น

2.         Viviparous คือ สัตว์ที่ตัวเมียออกลูกเป็นตัว เช่น มนุษย์ ปลาฉลาม ปลาวาฬ ปลาโลมา พะยูน ค้างคาว วัว สุนัข แมว หนู จิงโจ้ หมีแพนค้า เป็นต้น

36.       ปัจจัยข้อใดที่มีผลต่อการหมุนเวียนในวัฎจักรคาร์บอน

(1)       การหายใจของพืช       (2) การย่อยสลายของซากสัตว์

(3)       การเผาไหม้ของเชื้อเพลิง         (4) ถูกทุกข้อ

ตอบ 4 หน้า 73, 89 วัฎจักรของธาตุคาร์บอน เป็นการหมุนเวียนของก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งอยู่ ในอากาศและละลายปนอยู่ในนํ้า โดยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นี้นับว่าเป็นแหล่งของธาตุคาร์บอน ที่สำคัญของพืชที่จะนำไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสงเพื่อแปรสภาพเป็นอาหาร และจะกลับคืนสู่อากาศอีกครั้งหนึ่งในฐานะเป็นผลของการหายใจของพืชและสัตว์ นอกจากนี้ ยังอาจเกิดขึ้นได้จากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง และการย่อยสลายของซากสัตว์

37.       ข้อใดจัดเป็นสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ

(1)       อุณหภูมิ          (2) ดิน ทราย    (3) แสงสีน้ำเงินในแหล่งน้ำ     (4) ถูกทุกข้อ

ตอบ 4 หน้า 79 สิ่งแวดล้อม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.         สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ (Physical Environment) หรือสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิต เช่น ดิน ทราย หิน น้ำ อากาศ แสงสว่าง อุณหภูมิ ก๊าช ฯลฯ

2.         สิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ (Biological Environment) หรือสิ่งแวดล้อมที่มีชีวิต เช่น พืช สัตว์ แบคทีเรีย จุลินทรีย์ ฯลฯ

38.       ข้อใดบอกปริมาณนํ้าดื่มบนโลกนี้ได้ใกล้เคียงมากที่สุด

(1) 10 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร (2) 20 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร

(3) 250 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร          (4) 360 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร

ตอบ1 หน้า 79 พื้นผิวของโลกประมาณสามในสี่ส่วน คือ ประมาณ 370 ล้านตารางกิโลเมตรเป็นนํ้าในจำนวนนี้จะเป็นนำเค็มประมาณ 360 ล้านตารางกิโลเมตร ส่วนปริมาณของนํ้าบนโลก มีอยู่ประมาณ 500 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร ในจำนวนนี้เป็นน้ำจืด (นํ้าดื่ม) เพียงประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร

39.       บริเวณที่มีความชันมากขึ้นต่อจากไหล่ทวีปจนถึงระดับหน้าดินก้นมหาสมุทร คือ บริเวณ

(1)       ลาดทวีป         (2) ที่ราบชั้นบาดาล     (3) แอ่งลึกก้นมหาสมุทร (4) ผิดทุกข้อ

ตอม 1 หน้า 79 ลาดทวีป (Continental Slope) คือ บริเวณที่มีความชันมากขึ้นต่อจากไหล่ทวีป (Continental Shelf) ซึ่งจะมีไปจนถึงระดับหน้าดินก้นมหาสมุทร

40.       ข้อความใดที่ไมได้เป็นลักษณะของแนวเขตชายฝั่ง (Littoral Zone)    

(1) เขตแสงส่องถึง(2) มีความลึกไมเกิน 600 ฟุต      (3) ไม่มีสัตว์จำพวก Benthos      (4) มีสัตว์จำพวก Nekton

ตอบ 3 หน้า 80 แนวเขตชายฝั่ง (Littoral Zone) เป็นบริเวณที่มีความลึกไมเกิน 100 ฟาธอมหรือ600 ฟุต แสงแดดยังส่องลงไปได้ถึง จึงพบว่ามีพืชที่สังเคราะห์แสงได้ซึ่งส่วนใหญ่เป็น พวกแอลจีหรือสาหร่ายชนิดต่าง ๆ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้แล้วยังมีสัตว์และพืชที่!มีขนาดเล็กมากมารวมกันอยู่ที่ผิวน้ำ ซึ่งได้แก่

1. แพลงก์ตอน (Plankton) เป็นพวกที่ลอย ไปมาตามแรงคลื่นลมและไมแข็งแรงพอที่จะว่ายนํ้าเองได้

2. เนคตอน (Nekton) เป็นพวกที่ สามารถว่ายน้ำได้เองโดยอิสระ

3. เบนธอส (Benthos) เป็นพวกที่อาศัยอยู่ที่หน้าดินหรือในดิน