BIO1001 ภาค 1/2554 ข้อ11-20

11.       ปกติการย่อยจะสิ้นสุดที่ใด

(1)       ลำไส้เหญตอนต้น       

(2) ลำไส้ใหญ่ตอนกลาง 

(3) ลำไส้เล็กตอนกลาง       

(4) ลำไส้เล็กตอนปลาย

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 6. ประกอบ

12.       กลุ่มอวัยวะที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับอาหาร เรียกว่า          

(1) Digestive Tract

(2) Alimentary Tract     

(3) Alimentary System      

(4) Digestive System

อบ 2 (คำบรรยาย) ในกระบวนการกินอาหาร (Nutrition) จะประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ ที่มาร่วมกันทำหน้าที่เกี่ยวกับอาหาร ซึ่งรวมเรียกร่า ท่อทางเดินอาหาร” (Alimentary Tract) โดยเริ่มต้น จากปาก หลอดคอ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ จนถึงทวารหนัก และหากอวัยวะเหล่านี้มีการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบก็จะเรียกว่า ระบบท่อทางเดินอาหาร” (Alimentary System)

13.       อาหารที่เคี้ยวแล้วกลืนเข้าไป จะเคลื่อนตัวต่อไป โดยอาการที่เรียกร่า

(1)       Peristalsis         (2)       Epistasis  (3)       Homeostasis    (4)       Ecostasis

ตอบ 1 หน้า 149, (คำบรรยาย) เพอริสตาลซิส (Peristalsis) คือ การหดตัวและคลายตัวเป็นจังหวะ แบบลูกคลื่นติดต่อกันเป็นระลอกของกล้ามเนื้อเรียบที่ผนังท่อทางเดินอาหาร ทำให้อาหารที่เคี้ยวแล้วกลืนเข้าไปเกิดการเคลื่อนไหลไปตามอวัยวะต่าง ๆ ตั้งแต่จากปากจนถึงทวารหนัก

14.       เอนไซม์ที่เป็นองค์ประกอบในน้ำลาย คือ

(1)       ไลเปส  (2)       อะไมเลส         (3)       โปรตีนเนส       (4)       Saliva

ตอบ 2 หน้า 149 น้ำลาย (Saliva) ประกอบด้วย    1. นํ้า ประมาณ 95%  2. นํ้าเมือก 3.เกลือแร่ 4. เอนไซม์อะไมเลส (Amylase) หรือเอนไซม์ไทยาลิน (Ptyalin) ทำหน้าที่ ย่อยคาร์โบไฮเดรตประเภทแป้งให้เป็นนํ้าตาลมอลโตสได้บางส่วนเป็นอันดับแรกในช่องปาก

15.       การย่อยอาหารจนได้เป็นโมเลกุลพื้นฐาน เป็นกระบวนการ

(1)       Anabolism        (2)       Catabolism       (3)       Analysis   (4)       Synthesis

ตอบ 2 หน้า 147, 153, (คำบรรยาย) กระบวนการเมตาบอลิซึมหรือกระบวนการเมตาบอลิสม์(Metabolism) เป็นกระบวนการทำงานเพื่อให้มีการดำรงชีวิต หรือเป็นกระบวนการทางเคมี ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในตัวของสิ่งมีชีวิต ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

1.         Anabolism เป็นกระบวนการสังเคระห์ (Synthesis) ที่นำเอาสารโมเลกุลขนาดเล็กมา ประกอบรวมกันให้เกิดเป็นสารใหม่ที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ขึ้น เช่น การแปรรูปโมเลกุลของกลูโคสให้เป็นแป้งไกลโคเจน ฯลฯ

2.         Catabolism เป็นกระบวนการที่ทำให้สารต่าง ๆ ที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่แยกสลายได้เป็น สารโมเลกุลขนาดเล็กพื้นฐาน เช่น การย่อยโปรตีนจนได้เป็นกรดอะมิโน ฯลฯ

16.       การแปรรูปโมเลกุลของกลูโคสให้เป็นแป้งไกลโคเจน เป็นกระบวนการ

(1)       Anabolism        (2) Synthesis     (3) Analysis        (4) ข้อ 1 และ 2

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 15. ประกอบ

17.       เลือดคุณภาพดีที่ผ่านการฟอกจากปอด จะเข้ามาที่ห้องหัวใจส่วนใด

(1) ห้องบนขวา            (2) ห้องล่างขวา           (3) สองห้องฟากขวา   (4) สองห้องฟากซ้าย

ตอบ 4 (คำบรรยาย) หัวใจของคนมี 4 ห้อง แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

1.         ห้องฟากขวา 2 ห้อง ทำหน้าที่รับและส่งเลือดที่ผ่านการใช้งานจากร่างกายมาแล้วโดยห้องบนขวาจะรับเลือดใช้แล้วจากร่างกาย ส่วนห้องล่างขวาจะส่งเลือดเสียไปฟอกที่ปอด

2.         ห้องฟากซ้าย 2 ห้อง ทำหน้าที่รับและส่งเลือดดีออกไปส่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดยห้องบนซ้ายจะรับเลือดดีที่ผ่านการฟอกจากปอดแล้ว ส่วนห้องล่างซ้ายจะส่งเลือดดี ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

18.       การเจาะเลือดเพื่อนำไปตรวจทางการแพทย์ จะดูดเลือดจากหลอดเลือดใด

(1) อาร์เทอรี     (2) เวน (3) หลอดเลือดฝอย     (4) เอออร์ตา

ตอบ 2 หน้า 152, (คำบรรยาย) หลอดเลือดที่มาติดต่อกับหัวใจมี 2 ประเภท คือ

1.         หลอดเลือดเวน (Vein) ทำหน้าที่นำเลือดที่ผ่านการใช้งานแล้วจากอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย กลับเข้าสู่หัวใจ โดยจะมีลักษณะเป็นสีเขียวอมนํ้าเงิน ซึ่งแพทย์จะทำการดูดเลือดจา หลอดเลือดเวนนี้เพื่อนำไปตรวจหรือหาข้อมูลทางการแพทย์ ทั้งนี้เพราะมองเห็นได้ง่าย

2.         หลอดเลือดอาร์เทอรี (Artery) ทำหน้าที่นำเลือดออกจากหัวใจไปส่งตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย

19.       ส่วนใดของหัวใจที่ทำหน้าที่รับเลือดจากอวัยวะอื่น

(1)       สองห้องซีกบน            (2) สองห้องซีกล่าง      (3) สองห้องฟากขวา   (4) สองห้องฟากซ้าย

ตอบ 1 หน้า 152, (คำบรรยาย) หัวใจของคนแบ่งออกเป็น 4 ห้อง คือ

1.         ห้องซีกบน 2 ห้อง เรียกว่า เอเตรียม” (Atrium) ซึ่งทำหน้าที่รับเลือดจากอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเข้าสู่หัวใจ โดยไมคำนึงถึงคุณภาพของเลือด

2.         ห้องซีกลาง 2 ห้อง เรียกว่า เวนทริเคิล” (Ventricle) ซึ่งทำหน้าที่ส่งเลือดออกจากหัวใจ ไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพของเลือดเช่นกัน

20.       การหายใจเกิดจากการทำงานของ    

(1) ปอด(2)      กะบังลม         (3) กล้ามเนื้อยึดกระดูกซี่โครง            (4) ข้อ 2 และ 3 ร่วมกัน

ตอบ 4 หน้า 157, (คำบรรยาย) การหายใจเข้า-ออก หรือการพอง-แฟบของปอดในมนุษย์นั้นเกิดจากการทำงานร่วมกันของกะบังลมกับกล้ามเนื้อยึดกระดูกซี่โครง โดยร่างกายจะมีลักษณะ อาการดังนี้

1.         ขณะที่หายใจเข้า กะบังลมจะหดตัวแบนราบลง และกล้ามเนื้อยึดกระดูกซี่โครงหดตัว ทำให้ช่องอกขยายขนาดและปอดพองตัวขึ้น

2.         ขณะที่หายใจออก กะบังลมจะหย่อนโค้งขึ้น และกล้ามเนื้อยึดกระดูกซี่โครงผ่อนคลายตัวลง ทำให้ช่องอกลดขนาดและปอดยุบแฟบลง