BIO1001 ชีววิทยาเบื้องต้น การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2556 ข้อ81-90

81.       การเคลื่อนไหวที่เกิดจากกระบวนการทำงานของเซลล์พืช ซึ่งไม่จัดว่าเป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าคือข้อใด

(1)       การเคลื่อนที่ของสาหร่ายเซลล์เดียวเมื่ออุณหภูมินํ้าเปลี่ยนแปลง

(2)       ต้นพืชมีความสูงมากขึ้นเมื่อมีฮอร์โมนมากระตุ้น

(3)       การเหี่ยวของใบไมยราบเมื่อโดนสัมผัส

(4)       การบานของดอกบัวเมื่อได้รับแสงแดด

ตอบ 3 หน้า 201 การเคลื่อนไหวที่เกิดจากกระบวนการทำงานของเซลล์พืช ซึ่งไม่จัดว่าเป็นการตอบสนอง ต่อสิ่งเร้า มี 2 แบบ คือ

1.         การเคลื่อนไหวจากความเต่งของเนื้อเยื่อ เป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดจากกระบวนการ Osmosis ทำให้ใบเต่งหรือเหี่ยวเฉาม้วนเข้าหากัน ซึ่งพบมากในใบพืชตระกูลถั่ว เช่น การเหี่ยวของ ใบไมยราบเมื่อโดนสัมผัส เป็นต้น

2.         การเคลื่อนไหวของเนื้อเยื่อที่ไม่มีชีวิต เป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดจากการขยายตัวของเซลล์ ภายหลังที่ได้รับความชื้น เช่น การแตกของฝักหรือผลแห้ง, การแตกของฝักต้อยติ่ง เป็นต้น

82.       ข้อใดจัดเป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของสิ่งมีชีวิต

(1) การมองเห็นของนก            

(2) การได้ยินเสียงเรียกของสุนัข

(3)       การเคลื่อนที่เข้าหาแสงของแมลง        

(4) การแลบลิ้นของงูเขียว

ตอบ 3 หน้า 195, (คำบรรยาย) การตอบสนองต่อสิ่งเร้า (Responsiveness) หมายถึง การที่สิงมีชีวิต มีการตอบสนองต่อสิ่งที่มากระตุ้น เพื่อให้มีการปรับตัวหรือต่อต้านต่อสิ่งที่มากระตุ้นนั้น เช่น การเคลื่อนที่เข้าหาแสงของแมลง, ดอกไม้บานในยามเช้าเมื่อได้รับแสงแดด, ใบพืชเหี่ยวเมื่อ อุณหภูมิสูงขึ้น, การจ้องมองภาพหรือวัตถุ, การมีความรู้สึกเจ็บปวดและหดมือถอยหนีเมื่อโดน นํ้าร้อนลวก ถูกของแหลมทิ่มแทงหรือถูกไฟจี้, การที่ต้นไม้เอนเข้าหาแสงสว่าง, การเหลียวไปมอง เมื่อได้ยินเสียง เป็นต้น

83.       งูจงอางมองวัตถุที่เคลื่อนที่แล้วเลื้อยตาม งูชนิดนี้มีหน่วยรับความรู้สึกที่เรียกว่า

(1) Thermoreceptor (2) Pressoreceptor (3) Photoreceptor (4) Phonoreceptor

ตอบ3  หน้า 196, (คำบรรยาย) ในกระบวนการรับความรู้สึก (Reception) มีอวัยวะที่เป็นหน่วยรับความรู้สึก ได้แก่

1.         Thermoreceptor เป็นอวัยวะที่รับความรู้สึกร้อนหรือเย็น (อุณหภูมิ) ได้แก่ ผิวหนัง

2.         Photoreceptor เป็นอวัยวะที่รับความรู้สึกเกี่ยวกับแสงสว่าง ได้แก่ ตา เช่น งูจงอางมองเห็น วัตถุที่เคลื่อนที่แล้วเลื้อยตาม เป็นต้น

3.         Pressoreceptor เป็นอวัยวะที่รับความรู้สึกสัมผัสและความเจ็บปวด ได้แก่ ผิวหนัง

4.         Chemoreceptor เป็นอวัยวะที่รับความรู้สึกด้านรสและกลิ่น ได้แก่ ลิ้น จมูก และ หนวดแมลงบางชนิด เช่น ผีเลื้อกลางคืน เป็นต้น

5.         Phonoreceptor เป็นอวัยวะที่รับความรู้สึกด้านเสียง ได้แก่ หู

84.       การเจริญของรากไทรจากยอดต้นไม้อื่นลงสู่พื้นดิน เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เรียกว่า

(1) Thermonastic (2) Geotropism      (3) Chemotropism (4) Hydrotropism

ตอบ 2 หน้า 200 Geotropism เป็นการเคลื่อนไหวตอบสนองภายนอกต้นพืชเนื่องจากการเจริญเติบโต โดยมีแรงดึงดูดของโลกเป็นสิ่งเร้า เช่น การเจริญของรากไทรจากยอดต้นไม้อื่น ลงสู่พื้นดิน เป็นต้น

85.       การตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เกิดในโปรโตพลาสม์ พบในสิ่งมิชีวิตพวกใด

(1) ในสัตว์ชั้นสูง          (2) ในพวกพืชทั่วไป

(3)       สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำประเภทเซลล์เดียว       (4) พบในสิ่งมีชีวิตทุกข้อที่กล่าวมา

ตอบ 3 หน้า 98, 106, 195 - 196, (คำบรรยาย) การตอบสนองต่อสิ่งเร้าในสิ่งมีชีวิตชั้นตํ่าประเภท เซลล์เดียวซึ่งได้แก่ พวกโปรติสตา (Protista) เช่น ยูกลีบา อะมีนา พารามีเซียม จะเกิดขึ้น พร้อมกันในก้อนโปรโตพลาสม์ ส่วนการตอบสนองต่อสิ่งเร้าในสัตว์ขชั้นสูงและใบพืชทั่วไปนั้น จะมีโครงสร้างหรืออวัยวะที่ทำหน้าที่เป็นสัดส่วนแยกออกจากกัน

86.       งูกะปะรับสัญญาณของเหยื่อโดยอาศัยหน่วยรับความรู้สึกที่เกี่ยวกับอุณหภูมิ เรียกหน่วยรับความรู้สึกนั้นว่า

(1) Chemoreceptor (2) Phonoreceptor (3) Thermoreceptor (4) Pressoreceptor

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 83. ประกอบ

87.       นายดำเป็นนักโทษหนีคดี เมื่อพบเห็บเจ้าหน้าที่ตำรวจและรู้ว่าตนเองต้องโดนจับ แต่นายดำยืนนิ่ง เหมือนคนทำอะไรไม่ถูก นายดำน่าจะขาดกระบวนการใดในการตอบสนองต่อสิ่งเร้า

(1)       กระบวนการรับความรู้สึก (Reception)

(2)       กระบวนการตอบโต้ (Effect)

(3)       กระบวบการนำความรู้สึก (Conduction)

(4)       กระบวนการแปลความหมายและสั่งการ (Modulation)

ตอบ 2 หน้า 197 - 198, (คำบรรยาย) กระบวนการตอบโต้ (Effect) เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ระบบกล้ามเบื้อ เซลล์ประสาทสั่งการ (Motor Neuron) และระบบต่อมสร้างฮอร์โมน ซึ่งเกิดขึ้น หลังจากที่กระแสความรู้สึกถูกส่งผ่านเซลล์ประสาทรับความรู้สึก (Sensory Neuron) ไปยัง ระบบประสาทส่วนกลาง (สมองและไขสันหลัง) แล้ว โดยที่ Motor Neuron จะส่งกระแสคำสั่ง จากระบบประสาทส่วนกลางมากระตุ้นให้หน่วยตอบสนองหรือกล้ามเนื้อในบริเวณใกล้กับ แหล่งรับความรู้สึกทำงานด้วยการหดตัวของเส้นใยกล้ามเนื้อ จึงทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในรูปแบบ ต่าง ๆ เช่น การวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจของนักโทษหนีคดี การหดตัวของกล้ามเนื้อขา เพื่อให้เดินถอยหลัง การเดินเลี่ยงเมื่อเรามองเห็นวัตถุอันตราย เป็นต้น

88.       การพรางตัวของสิ่งมีชีวิตพวกผีเสื้อให้มีสีเหมือนวัตถุที่เกาะอาศัย เกิดประโยชน์กับผีเสื้อด้านใดมากที่สุด

(1)       จับเหยื่อพวกแมลงเป็นอาหาร            (2) หลีกเลี่ยงจากการเป็นเหยื่อของผู้ล่า

(3) เพื่อความสวยงามดึงดูดเพศตรงข้าม         (4) ขับไล่ศัตรู

ตอบ 2 หน้า 228 - 230, (คำบรรยาย) การปรับตัวทางด้านรูปร่างของสิ่งมีชีวิตนั้น มีจุดมุ่งหมาย สำคัญ 2 ประการ คือ

1.         เพื่อเอื้อประโยชน์ในการหาอาหาร เช่น ตั๊กแตนมีลักษณะปากแข็งแรง, นกกระยางมีนิ้วเท้า เรียวยาวเหมาะแก่การทรงตัว, นกกานํ้ามีนิ้วเท้าแบนมีพังผืด, งูเชียวหางไหม้ชอบอาศัยอยู่ ตามพุ่มไม้ที่มีสีเขียว, นกฮูกมีนิ้วเท้างองุ้มเล็บแหลมคม, ไก่มีเล็บเท้าใหญ่และแข็งเหมาะแก่ การคุ้ยเขี่ย เป็นต้น

2.         เพื่อการป้องกันหรือหลบหลีกอันตรายจากศัตรู (ผู้ล่า) เช่น การมีหูและขาหลังที่ยาวของกระต่าย, การมีเปลือก กระดอง เกล็ด ขนแข็ง ของหอย ปู เต่า นิ่ม และเม่น, การเปลี่ยนสีเลียนแบบ ธรรมชาติหรือการพรางตัวให้มีสีเหมือนวัตถุที่เกาะอาศัยของผีเสื้อกลางคืน เป็นต้น

89.       การเบนหาแสงของยอดพืชเป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าโดยมีฮอร์โมนใดเกี่ยวข้อง   

(1) ไคนิน (Kinin)

(2)       ออกซิน (Auxin)    (3) จิบเบอเรลลิน (Gibberellin) (4) อินซูลิน (Insulin)

ตอบ 2 หน้า 199 ออกชิน (Auxin) เป็นสิ่งเร้าภายในในรูปฮอร์โมนพืชที่ช่วยส่งเสริมและควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งฮอร์โมนนี้พืชจะสร้างจากปลายยอดแล้วลำเลียงลงสู่รากในลักษณะ ที่หนีแสงสว่าง ทำให้พืชเกิดการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงหรือมีพฤติกรรมการตอบสนอง โดยการที่ยอดพืชจะโค้งหรือเบนเข้าหาแสง ส่วนรากพืชจะเบนหนีแสง

90.       สัตว์บางชนิดส่งสารติดต่อกันได้โดยใช้กลิ่นที่ขับออกมานอกร่างกาย กลิ่นที่สัตว์เหล่านั้นสร้างขึ้น เรียกว่า

(1)       ฮอร์โมน          (2) ฟีโรโมน      (3) พาราฮอร์โมน         (4) อะดรินาลีน

ตอบ 2 หน้า 209, (คำบรรยาย) ฟีโรโมน (Pheromone) เป็นกลิ่นของสารอินทรีย์เคมีที่สร้างโดยต่อมมีท่อ แล้วถูกขับออกมาใช้งานภายนอกร่างกาย เพื่อการสื่อสารหรือส่งสารติดต่อ กับสิ่งมิชีวิตชนิดเดียวกัน เช่น กลิ่นตัวและกลิ่นเหงื่อของคน, กลิ่นสาบของสัตว์ต่าง ๆ,การเดินตามกันเป็นแถวของปลวกหรือมด, แมลงต่างๆ ที่อยู่ห่างไกลกันสามารถติดตามหรือ ส่งสารติดต่อกันได้ เป็นต้น