BIO1001 ชีววิทยาเบื้องต้น การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2555 ข้อ91-100

91.       เมื่อเรามองเห็นวัตถุอันตราย แล้วเราเดินเลี่ยง การที่เรามีพฤติกรรมดังกล่าวนั้น แสดงว่าร่างกาย มีกระบวนการตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างไร

(1) มีกระบวนการตอบโต้        

(2) มีกระบวนการแปลความหมายและสั่งการ

(3) มีกระบวนการรับความรู้สึก            

(4) ทุกข้อที่กล่าวมา

ตอบ 1 หน้า 197 - 198, (คำบรรยาย) กระบวนการตอบโต้ (Effect) เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ระบบกล้ามเนื้อ เซลล์ประสาทสั่งการ (Motor Neuron) และระบบต่อมสร้างฮอร์โมน ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่กระแสความรู้สึกถูกส่งผ่านเซลล์ประสาทรับความรู้สึก (Sensory Neuron) ไปยังระบบ ประสาทส่วนกลาง (สมองและไขสันหลัง) แล้ว โดยที่ Motor Neuron จะส่งกระแสคำสั่งจากระบบ ประสาทส่วนกลางมากระตุ้นให้หน่วยตอบสนองหรือกล้ามเนื้อในบริเวณใกล้กับแหล่งรับความรู้สึก ทำงานด้วยการหดตัวของเส้นใยกล้ามเนื้อ จึงทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การหดตัวของกล้ามเนื้อขาเพื่อให้เดินถอยหลัง การเดินเลี่ยงเมื่อเรามองเห็นวัตถุอันตราย เป็นต้น

92.       ข้อใดกล่าวถึงการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เกิดเฉพาะในกระบวนการรับความรู้สึกได้ถูกต้องที่สุด

(1)       การขยับเท้าอย่างรวดเร็วของหญิงสาว เมื่อพบเห็นงูเลื้อยผ่านหน้าไป

(2)       ดวงตาของเสือมีความไวต่อแสง จึงมองเห็นเก้งได้เป็นอย่างดีในที่มืด

(3)       กระแสความรู้สึกผ่านเข้าเซลล์ประสาททางเดนไตรต์และออกจากเซลส์ประสาททางแอ็กซอน

(4)       ไม่มีข้อถูก

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 90. ประกอบ

93.       กลุ่มเซลล์ที่ทำหน้าที่รับ-ส่งกระแสความรู้สึกจากสิ่งเร้าที่มีในสัตว์ขั้นสูง ได้แก่

(1) เซลล์ผิวหนัง          (2) เซลล์สมอง (3) เซลล์ประสาท        (4) เซลล์กล้ามเนื้อ

ตอบ 3 หน้า 196 เนื้อเยื่อหรือกลุ่มเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อสิ่งเร้าในสัตว์ขั้นสูง ได้แก่

1.         เนื้อเยื่อหรือเซลล์ประสาท ทำหน้าที่รับส่งกระแสความรู้สึกจากสิ่งเร้า

2.         เนื้อเยื่อหรือเซลล์กล้ามเนื้อ ทำหน้าที่แสดงการโต้ตอบสิ่งเร้านั้น

94.       สิ่งเร้าภายในที่ส่งเสริมให้พืชมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้า โดยยอดพืชเบนเข้าหาแสง ได้แก่

(1) ฮอว์โมนออกซิน      (2) ฮอร์โมนไคนิน         (3) แรงโน้มถ่วงของโลก (4) แสงแดด

ตอบ 1 หน้า 199 ออกซิน (Auxin) เป็นสิ่งเร้าภายในในรูปฮอร์โมนพืชที่ช่วยส่งเสริมและควบคุม การเจริญเติบโตของพืช ซึ่งฮอร์โมนนี้พืชจะสร้างจากปลายยอดแล้วลำเลียงลงสู่รากในลักษณะ ที่หนีแสงสว์าง ทำให้พืชเกิดการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงหรือมีพฤติกรรมการตอบสนอง โดยการที่ยอดพืชจะโค้งหรือเบนเข้าหาแสง ส่วนรากพืชจะเบนหนีแสง

95.       ข้อใดคือการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชที่เรียกว่า Phototropism

(1)       การเจริญของยอดพืช ชูเหนือยอดไม้อื่นในป่า

(2)       การเจริญของรากไทรที่เติบโตบนต้นไม้อื่นมายังพื้นดิน

(3)       การเหี่ยวเฉาของใบไมยราบเมือได้รับการรบกวน

(4)       การบานของดอกราตรีในเวลากลางคืน

ตอบ 1 หน้า 200 Phototropism เป็นการเคลื่อนไหวตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกของพืชเนื่องจาก การเจริญเติบโตโดยมีแสงเป็นสิ่งเร้า เช่น การเจริญของยอดพืช ชูเหนือยอดไม้อื่นในป่า เป็นต้น

96.       สิ่งมีชีวิตมีการคัดสรรโดยธรรมชาติ” (Natural Selection) เป็นทฤษฎีทางวิวัฒนาการที่กล่าวโดย

(1) De Vries        (2) Lamarck       (3) Darwin          (4) Mendel

ตอบ 3 หน้า 212 - 213 ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) ได้กล่าวถึงทฤษฎีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต 4 ประการ คือ

1.         สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันย่อมมีความผันแปรทางพันธุกรรม (Variation)

2.         สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มักมีลูกหลานมากเกินไป จนไม่มีอาหารหรือได้รับการเลี้ยงดูไม่เพียงพอ แก่ความต้องการของลูกหลานทุกชีวิตนั้น

3.         สิ่งมีชีวิตเกิดการแก่งแย่งแข่งขัน เพื่อให้ตนเองได้รับอาหารมากตามต้องการ

4.         สิ่งมีชีวิตมีการแข่งขันกับสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ ทำให้เหลืออยู่แต่ผู้ที่เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อม ที่สุดเท่านั้นจึงจะอยู่รอดและถ่ายทอดหรือสอนลักษณะนั้น ๆ สืบต่อกันจากบรรพบุรุษไปยัง ลูกหลาน เกิดเป็นพันธุใหม่ที่ดีขึ้นมาโดยดาร์วินได้เรียกวิธีการนี้ว่า การคัดสรรโดยธรรมชาติ” (Natural Selection)

97.       ทฤษฎีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงในลักษณะใด

(1) ความผันแปรทางพันธุกรรม           (2) การถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ

(3) การแข่งขันกับสิ่งแวดล้อม (4) ทุกข้อที่กล่าวมา

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 96. ประกอบ

98.       หลักฐานทางบรรพชีวินของสิ่งมีชีวิตที่มีสภาพกลายเป็นหิน (Fossil) ใช้อธิบายถึง

(1) วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต    (2) ลักษณะของบรรพบุรุษสิ่งมีชีวิตบนโลก

(3) การสูญพันธุของสิ่งมีชีวิตบนโลก  (4) ถูกทุกข้อ

ตอบ 1 หน้า 213 หลักฐานเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบนโลก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.         หลักฐานโดยตรงจากการศึกษาซากสิ่งมีชีวิตที่กลายเป็นหิน หรือที่เรียกว่า ฟอลซิล (Fossil)

2.         หลักฐานจากการศึกษาเปรียบเทียบลักษณะของสิ่งมีชีวิตในยุคปัจจุบัน ในแง่รูปร่าง โครงสร้าง พัฒนาการ และลักษณะการทำงานของอวัยวะในสิ่งมีชีวิต

99.       ข้อใดไม่ใช่เหตุผลในการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตเพื่อการหาอาหาร

(1) ปากของตั๊กแตนมีลักษณะแข็งแรง            (2) นกกานํ้ามีพังผืดระหว่างนิ้วเท้า

(3) งูเขียวหางไหม้ชอบอาศัยอยู่ตามพุ่มไม้ที่มีสีเชียว (4) การเปลี่ยนสีเลียนแบบธรรมชาติของผีเสื้อกลางคืน

ตอบ4 หน้า 228 - 230, (คำบรรยาย) การปรับตัวทางด้านรูปร่างของสิ่งมีชีวิตนั้น มีจุดมุ่งหมายสำคัญ 2 ประการ คือ

1.         เพื่อเอื้อประโยชน์ในการหาอาหาร เช่น ตั๊กแตนมีลักษณะปากแข็งแรง, นกกระยางมีนิ้วเท้า เรียวยาวเหมาะแก่การทรงตัว, นกกานํ้ามีนิ้วเท้าแบนมีพังผืด, งูเชขียวหางไหม้ชอบอาศัยอยู่ ตามพุ่มไม้ที่มีสีเชียว, นกฮูกมีนิ้วเท้างองุ้มเล็บแหลมคม, ไก่มีเล็บเท้าใหญ่และแข็งเหมาะแก่ การคุ้ยเขี่ย เป็นต้น

2.         เพื่อการป้องกันหรือหลบหลีกอันตรายจากศัตรู เช่น การมีหูและขาหลังที่ยาวของกระต่าย, การมีเปลือก กระดอง เกล็ด ขนแข็ง ของหอย ปู เต่า นิ่ม และเม่น, การเปลี่ยนสีเลียนแบบ ธรรมชาติของผีเสี้อกลางคืน เป็นต้น

100.    ข้อใดไม่ใช่การปรับตัวเพื่อควบคุมปริมาณนํ้าของพืชพวก Xerophyte

(1) มีปากใบบนผิวใบเพื่อควบคุมการคายนํ้า  (2) ใบมีขนาดเล็ก ลดรูปเป็นหนาม

(3) มี Cutin ที่ผิวของลำต้น (4) ผลัดใบในฤดูร้อน

ตอบ 1 หน้า 231 Xerophyte ได้แก่ พืชที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่แห้งแล้ง มีนํ้าน้อย พืชพวกนี้มักมีใบเล็กมาก หรือเปลี่ยนใบไปเป็นหนาม ไม่มีปากใบ ลำต้นทำหน้าที่สังเคราะห์แสงสร้างอาหารแทนใบได้ รากยาวหยั่งลึกและแผ่ไปไกลเพื่อดูดหานํ้า นอกจากนี้ยังมีสาร Cutin ฉาบเคลือบลำต้นไว้ ค่อนข้างหนาเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำระเหย และมักจะผลัดใบในฤดูร้อน