ART1003 ศิลปะวิจักษณ์ การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2555 ข้อ21-30

21.       เมื่อประติมากรรมและภาพเขียนในศิลปะคุปตะเสื่อมลงแล้ว

(1) นิยมเพิ่มรายละเอียดและเครื่องประดับมากขึ้น    

(2) นิยมใช้สีสันสดและหลายสีมากยิ่งขึ้น

(3) นิยมทำภาพเคลื่อนไหวมากยิ่งขึ้น  

(4) นิยมเพิ่มตัวบุคคลในภาพมากขึ้น

ตอบ 1 หน้า 101 - 103 พระพุทธรูปสมัยคุปตะ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยุคทองของอินเดียเริ่มเสื่อมลง เมื่อหมดสมัยของพระเจ้ากุมารคุปต์ในพุทธศตวรรษที่ 12 และหลังจากนี้เป็นต้นไปประติมากรรม ต่าง ๆ จะมีร่างกายหนักทึบและเพิ่มลวดลายมากขึ้น ส่วนภาพเขียนที่เป็นภาพบุคคลนั้นก็จะเพิ่มรายละเอียดและเครื่องประดับ ทำให้ภาพบุคคลเดี่ยวๆ ดูแข็งกระด้างไม่มีชีวิตจิตใจอีกต่อไป

22.       มหาวิทยาลัยนาลันทาในอินเดีย เป็นมหาวิทยาลัยแห่ง

(1) พุทธศาสนา           

(2) ศาสนาพราหมณ์    

(3) ศาสนาอิสลาม       

(4) ศาสนาเชน

ตอ     1 หน้า 213, 152 (S) มหาวิทยาลัยนาลันทาในอินเดีย เป็นงานสถาปัตยกรรมในสมัยศิลปะปาละ-เสนะ ซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งพุทธศาสนา โดยเป็นศูนย์กลางใหญ่ ของพุทธศาสนาลัทธิตันตระ อยู่ในแคว้นเบงกอล

23.       ศาสนาพุทธเจริญขึ้นในแคว้นใดของอินเดีย

(1) แคว้นปัญจาบ        

(2) แคว้นอัสสัม           

(3) แคว้นมคธ  

(4) แคว้นสินธุ

ตอบ 3 หน้า 90 พระพุทธศาสนาเจริญขึ้นในอินเดียที่แคว้นมคธหรือมคธราฐในสมัยพระเจ้าพิมพิสาร และเจริญขึ้นถึงขีดสุดในสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราชราวพุทธศตวรรษที่ 3 ดังนั้นในยุคแรกเริ่ม ของการทำศิลปกรรมอินเดียนี้ พุทธศาสนาจึงมีบทบาทเป็นอย่างมาก

24.       พุทธศิลปะในยุคแรกเริ่มของอินเดีย

(1) มักเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงพุทธประวัติ  (2) มักเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งสมาธิ

(3) มักเป็นพระพุทธเจดีย์        (4) มักเป็นศาสนสถาน

ตอบ 4 หน้า 91 พุทธศิลปะในยุคแรกเริ่มของอินเดียที่เหลือร่องรอยไว้ให้ชนรุ่นหลังได้เห็นเก่าสุด คือ ศิลปกรรมในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช พุทธศตวรรษที่ 3 ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะกรีกและ อิหร่าน (เปอร์เซีย) เช่น มักสร้างเป็นศาสนสถานที่เจาะลึกเข้าไปในภูเขา โดยมีลักษณะเป็นถํ้า ซึ่งมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ เป็นถํ้าวิหาร และถํ้าเจดีย์สถาน

25.       พระพุทธรูปคันธารราฐเกี่ยวข้องกับข้อใด

(1) มีความสวยงามตามธรรมชาติ       (2) มีความสวยงามตามแบบศิลปะกรีก

(3) มีความสวยงามตามแบบศิลปะอินเดีย      (4) มีความสวยงามที่เรียบง่ายมาก

ตอบ 2 หน้า 93 - 94 พระพุทธรูปสมัยคันธารราฐของอินเดียจะมีความสวยงามตามแบบศิลปะกรีก อย่างชัดเจน ซึ่งจะเห็นได้จากพระพักตร์ พระเกศา และการครองจีวรที่แทบจะไม่มีลักษณะ ของอินเดียเหลืออยู่เลย คือ มีการครองจีวรห่มคลุมพระอังสา (บ่าหรือไหล่) ทั้ง 2 ข้าง โดยมี จีวรแนบกันมากับพระองคั และมีริ้วนูนหนาเป็นวงโค้งซ้อนกันทางด้านหน้า

26.       ช่างโบราณไม่กล้าแสดงรูปพระพุทธรูปเพราะ

(1) ยึดมั่นในพระศาสนามากเกินไป    (2) ช่างไม่มีความชำนาญ

(3) เกรงกลัวต่อบาป    (4) ปฏิบัติตามบรรพบุรุษ

ตอบ 1 หน้า 83 - 84, 92, 43 (S) ในยุคที่เริ่มสร้างรูปเพื่อรำลึกถึงพุทธธรรม ช่างอินเดียโบราณที่ ยึดมั่นในพระศาสนามากเกินไปจะไม่กล้าแสดงรูปพระพุทธรูปแต่จะเว้นเหลือไว้แต่พระแท่นว่าง นอกจากนี้ในการสลักภาพนูนสูงก็จะทำเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระพุทธเจ้าเท่านั้น เพื่อแสดง ให้เห็นว่าพระพุทธองค์นั้นหมดแล้วซึ่งความเห็นแก่ตัว ไม่ได้ยึดในตนอีกต่อไปหรือคล้ายกับ ปราศจากตัวตน

27.       พระพุทธรูปคันธารราฐมีการครองจีวรแบบใด

(1) ห่มคลุมพระอังสาทั้งสองข้าง จีวรเป็นริ้ว    (2) ห่มเปิดพระอังสาขวา

(3) ห่มคลุมพระอังสาทั้งสองข้าง จีวรเรียบ      (4) ห่มเปิดพระอังสาซ้าย

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 25. ประกอบ

28.       พระพุทธรูปยกชายจีวรขึ้นระหว่างพระโสณี

(1) พระพุทธรูปคันธารราฐ       (2) พระพุทธรูปมถุรา

(3) พระพุทธรูปอมราวดี           (4) พระพุทธรูปคุปตะ

ตอบ 2 หน้า 95, (AR 103 เลขพิมพ์ 30175 หน้า 55) การครองจีวรของพระพุทธรูปมถุรา จะเป็นแบบใหม่ คือ ครองเฉพาะจีวรและสบงโดยไม่ปรากฎว่ามีสังฆาฏิ และมักห่มเฉียง เปิดพระอังสาซ้าย พระหัตถ์ซ้ายมักยกชายจีวรขึ้นระหว่างพระโสณี (ตะโพก)

29.       พระพุทธรูปอินเดียเริ่มเป็นแบบอย่างของศิลปะอินเดียอย่างแท้จริงในสมัยใด

(1) สมัยคันธารราฐ      (2) สมัยมถุรา  (3) สมัยคุปตะ (4) สมัยอมราวดี

ตอบ 2 หน้า 95, 97, 99 พระพุทธรูปอินเดียเริ่มเป็นแบบอย่างของศิลปะอินเดียอย่างแท้จริง ในสมัยมถุรา (พุทธศตวรรษที่ 7-8) แต่ความเป็นอินเดียอย่างแท้จริงและลักษณะของ มหาบุรุษปรากฏขึ้นอย่างครบครันในพระพุทธรูปสมัยอมราวดี (พุทธศตวรรษที่ 7-9)ซึ่งถือได้ว่ามีความงามตามแบบอินเดียโดยแท้ เพราะไม่เห็นลักษณะของอิทธิพลต่างชาติเลย

30.       พระพุทธรูปสมัยคุปตะของอินเดีย

(1)       มีความงามอย่างเรียบง่าย แต่รูปประติมากรรมหนักทึบ

(2)       มักนิยมห่มคลุมพระอังสาสองข้าง จีวรเป็นริ้ว เป็นพระพุทธรูปกรีก

(3)       ขมวดพระเกศาวนขวา นิยมห่มเฉียงเปิดพระอังสาซ้าย จีวรเป็นริ้ว

(4)       นิยมแสดงให้เห็นว่าพระพุทธองค์ทรงเป็นทั้งพระมหากษัตริย์และเทวดา

ตอบ 4 หน้า 101 พระพุทธรูปสมัยคุปตะของอินเดียจะไม่นิยมแสดงให้เห็นว่าพระพุทธรูปเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง แต่เป็นทั้งพระมหากษัตริย์และเทวดา หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นกึ่งมนุษย์กึ่งเทวดาก็ได้ ดังเช่นที่ช่างคุปตะไม่ได้แสดงให้เห็นมุกขลึงค์อันเป็นลักษณะที่แสดงให้รู้ถึงเพศเลย