ART1003 ศิลปะวิจักษณ์ การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2554 ข้อ41-50

41.       ทรัพยากรทางความคิดของศิลปิน คือ 

ตอบ.4 หน้า 10 - 11 ในการสร้างสรรค์งานศิลปะนั้น ธรรมชาติ ศิลปิน และการแสดงออกย่อมมี ความสัมพันธ์และส่งผลต่อกันจนไม่สามารถจะแยกสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกได้ ทั้งนี้เพราะธรรมชาติ เปรียบเสมือนเป็นทรัพยากรทางความคิดให้ศิลปินสร้างสรรค์งานศิลปะ โดยดัดแปลงคิดค้น หารูปลักษณะแบนใหม่ ๆ เพื่อรับใช้สังคมอย่างไมรู้จักจบสิ้นนั่นเอง

42.       พระพุทธรูปคันธารราฐมีการครองจีวรแบบใด

(1) ห่มคลุมพระอังสาทั้งสองข้าง จีวรเป็นริ้ว    

(2) ห่มเปิดพระอังสาขวา

(3) ห่มเปิดพระอังสาซ้าย         

(4) ห่มคลุมพระอังสาทั้งสองข้าง จีวรเรียบ

ตอบ 1 หน้า 93 - 94 พระพุทธรูปสมัยคันธารราฐของอินเดียจะมีความสวยงามตามแบบศิลปะกรีก อย่างชัดเจน ซึ่งจะเห็นได้จากพระพักตร์ พระเกศา และการครองจีวรที่แทบจะไม่มีลักษณะ ของอินเดียเหลืออยู่เลย คือ มีการครองจีวรห่มคลุมพระอังสา (บ่าหรือไหล่) ทั้ง 2 ข้าง โดยมีจีวรแนบกันมากับพระองค์ และมีริ้วนูนหนาเป็นวงโค้งซ้อนกันทางด้านหน้า

43.       หัวเสาแบบโครินเธียน เป็นอิทธิพลของศิลปะใด

(1) กรีก            

(2) อียิปต์        

(3) เปอร์เซีย    

(4) เมโสโปเตเมีย

ตอบ 1 หน้า 94 - 95, 121 - 122 (S) สถาปัตยกรรมในศิลปะคันธารราฐของอินเดียจะได้รับอิทธิพล จากศิลปะกรีก เช่น การนิยมทำหัวเสาแบบโครินเธียน (Corinthian) ซึ่งมักจะประดับลวดลาย ด้วยเครื่องประดับต่าง ๆ บนหัวเสา เช่น ลายใบอาคันธัส ลายใบปาล์ม ลายพวงองุ่น และ ลายกามเทพแบกพวงมาลัย ฯลฯ

44.       ยกชายจีวรขึ้นระหว่างพระโสณี

(1) พระพุทธรูปคันธารราฐ       (2) พระพุทธรูปมถุรา

(3) พระพุทธรูปอมราวดี           (4) พระพุทธรูปคุปตะ

ตอบ 2 หน้า 95, (AR 103 เลขพิมพ์ 30175 หน้า 55) การครองจีวรของพระพุทธรูปมถุราจะเป็นแบบใหม่ คือ ครองเฉพาะจีวรและสบงโดยไม่ปรากฏว่ามีสังฆาฏิ และมักห่มเฉียง เปิดพระอังสาซ้าย พระหัตถ์ซ้ายมักยกชายจีวรขึ้นระหว่างพระโสณี (ตะโพก)

45.       สถาปัตยกรรมที่สำคัญของศิลปะสมัยอมราวดี คือ

(1) ศาสนสถานที่สลักลึกเข้าไปในภูเขา          (2) สถูปสำหรับบรรจุพระบรมอัฐิของพระพุทธเจ้า

(3) ศาสนสถานที่สร้างขึ้นกลางแจ้ง    (4) พระเจดีย์สำหรับบรรจุพระบรมอัฐิของพระพุทธเจ้า

ตอบ 2 หน้า 97 - 98 ศิลปะอมราวดี (พุทธศตวรรษที่ 7-9) เจริญขึ้นทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย แถบลุ่มแม่น้ำกฤษณาโดยเฉพาะที่เมืองอมราวดี นาคารชุนิโกณฑะ ชัคคัยยะเปฎะ และโคลิ ภายใต้การอุปถัมภ์ของราชวงศ์สัตตวาหนะ เมื่อประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 6 โดยมีสถาปัตยกรรม ที่สำคัญที่สุด คือ สถูปสำหรับบรรจุพระบรมอัฐิธาตุของพระพุทธเจ้า

46.       ศิลปะอินเดียที่เจริญขึ้นแถบแม่นํ้ากฤษณา คือ

(1) ศิลปะคันธารราฐ   (2) ศิลปะมถุรา            (3) ศิลปะอมราวดี       (4) ศิลปะคุปตะ

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 45. ประกอบ

47.       พระพุทธรูปอินเดียเริ่มเป็นแบบอย่างของศิลปะอินเดียอย่างแท้จริงในสมัยใด

(1) สมัยคันธารราฐ      (2) สมัยมถุรา  (3)       สมัยคุปตะ       (4) สมัยอมราวดี

ตอบ     2 หน้า 95, 97, 99 พระพุทธรูปอินเดียเริ่มเป็นแบบอย่างของศิลปะอินเดียในสมัยมถุรา(พุทธศตวรรษที่ 7-8) แต่ความเป็นอินเดียอย่างแท้จริงและลักษณะของมหาบุรุษปรากฏขึ้น อย่างครบครันในพระพุทธรูปสมัยอมราวดี (พุทธศตวรรษที่ 7-9) ซึ่งถือได้ว่ามีความงาม ตามแบบอินเดียโดยแท้ เพราะไม่เห็นลักษณะของอิทธิพลต่างชาติเลย

48.       มหาวิทยาลัยนาลันทาในอินเดียเป็นมหาวิทยาลัยแห่งอะไร

(1) พุทธศาสนา           (2) ศาสนาพราหมณ์    (3)       ศาสนาอิสลาม (4) ศาสนาเชน

ตอบ1 หน้า 213, 152 (S) มหาวิทยาลัยนาลันทาในอินเดีย เป็นงานสถาปัตยกรรมในสมัยศิลปะปาละ-เสนะ ซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งพุทธศาสนา โดยเป็นศูนย์กลางใหญ่ ของพุทธศาสนาลัทธิตันตระ อยูในแคว้นเบงกอล

49. ยุคทองของศิลปะอินเดียเจริญขึ้นในระหว่างพุทธศตวรรษที่เท่าใด

(1) ที่ 3 - 5       (2) ที่ 5 - 7       (3)       ที่ 7 - 9 (4) ที่ 9 - 11

ตอบ4 หน้า 100, 109 ยุคทองของศิลปะอินเดียซึ่งเป็นศิลปะที่มีความงามสูงสุด คือ ศิลปะสมัยคุปตะ ที่เจริญขึ้นในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 9-11 ภายใต้การอุปถัมภ์ของราชวงศ์คุปตะ และในยุคนี้ ยังเป็นยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองทางด้านปรัชญาการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องในศาสนาอีกด้วย

50.       พระพุทธรูปยุคทองของอินเดียเริ่มเสื่อมลงหลังพุทธศตวรรษที่เท่าใด

(1) ที่ 12          (2) ที่ 13          (3) ที่ 14          (4) ที่ 15

ตอบ 1 หน้า 101 - 103พระพุทธรูปสมัยคุปตะ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยุคทองของอินเดียเริ่มเสื่อมลงเมื่อหมดสมัยของพระเจ้ากุมารคุปต์ในพุทธศตวรรษที่ 12 และหลังจากนี้เป็นต้นไปประติมากรรม ต่าง ๆ จะมีร่างกายหนักทึบและเพิ่มลวดลายมากขึ้น ส่วนภาพเขียนที่เป็นภาพบุคคลนั้นก็จะเพิ่ม รายละเอียดและเครื่องประดับ ทำให้ภาพบุคคลเดี่ยว ๆ ดูแข็งกระด้างไม่มีชีวิตจิตใจอีกต่อไป