ART1003 ศิลปะวิจักษณ์ การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2555 ข้อ61-70

61.       ช่างโบราณไม่กล้าแสดงรูปพระพุทธรูปเพราะ

(1) ยึดมั่นในพระศาสนามากเกินไป    

(2) ช่างไม่มีความชำนาญ

(3) เกรงกลัวต่อบาป    

(4) ปฏิบัติตามบรรพบุรุษ

ตอบ 1 หน้า 83 - 84, 43 (S) ศิลปะอินเดียสร้างขึ้นมาเนื่องจากศาสนา และเมื่อช่างโบราณยึดมั่น ในพระศาสนาและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ มากเกินไป ย่อมจะทำให้ไม่สามารถสร้างสรรค์ภาพพจน์ ของพระพุทธรูปได้อย่างอิสระ เช่น ในยุคที่เริ่มสร้างรูปเพื่อรำลึกถึงพุทธธรรม ช่างจะไม่นิยม ปั้นพระพุทธรูป แต่จะเว้นเหลือไว้แต่พระแท่นว่าง เพื่อแสดงให้เห็นว่าพระพุทธองค์นั้นหมดแล้วซึ่งความเห็นแก่ตัว ไม่ได้ยึดในตนอีกต่อไปหรือคล้ายกับปราศจากตัวตน

62.       ข้อใดเป็นวิจิตรศิลป์

(1) แจกันรูปแบบแปลกใหม่    

(2) ตึกสูงห้าสิบชั้น

(3) ภาพพิมพ์รูปวัด      

(4) ภาพเหมือนรูปดอกไม้

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 8. และ 17. ประกอบ

63.       โบราณวัตถุที่สำคัญที่โมเหนโจดาโร

(1) เครื่องมือหิน           

(2) หม้อดินเผา

(3) ตราประทับทำจากหินสบู่   

(4) ซากพระราชวังโบราณ

ตอบ 3 หน้า 59 อารยธรรมโมเหนโจดาโรและฮารัปปา เจริญขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์ของอินเดีย ทั้งนี้เพราะพบหลักฐานทางโบราณคดี ทั้งสองสมัย โดยหลักฐานที่เป็นโบราณวัตถุก่อนประวัติคาสตร์ที่สำคัญ คือ ตราประทับที่ทำด้วยหินสบู่ในรูปต่าง ๆ ซึ่งพบทั้งในแคว้นปัญจาบและสินธุ

64.       ข้อความใดเกี่ยวข้องกับคัมภีร์พระเวท

(1) อารยัน       (2) ศาสนาพุทธ           (3) ดราวิเดียน (4) ศาสนาเชน

ตอบ 1 หน้า 90 เมื่อชาวอารยันได้เข้ามายึดครองดิบแดนแถบลุ่มแม่น้ำสินธุและคงคา ก็ได้นำเอา คัมภีร์พระเวทเข้ามาเผยแพร่ในอินเดียด้วย ซึ่งคัมภีร์พระเวทนี้มีอิทธิพลต่อคติความเชื่อ นบธรรมเนียมประเพณี ตำนานเก่าแก่ และนิยายพื้นเมืองของชาวอารยันมาก

65.       หัวเสาแบบโครินเธียน เป็นอิทธิพลของศิลปะใด

(1) กริก            (2) อียิปต์        (3) เปอร์เซีย    (4) เมโสโปเตเมีย

ตอบ 1 หน้า 94 - 95, 121 - 122 (S) สถาปัตยกรรมในศิลปะคันธารราฐของอินเดียจะได้รับอิทธิพล จากศิลปะกรีก เช่น การนิยมทำหัวเสาแบบโครินเธียน (Corinthian) ซึ่งมักจะประดับลวดลาย ด้วยเครื่องประดับต่าง ๆ บนหัวเสา เช่น ลายใบอาคันธัส ลายใบปาล์ม ลายพวงองุ่น และลายกามเทพแบกพวงมาลัย ฯลฯ

66.       พระพุทธรูปคันธารราฐมีการครองจีวรแบบใด

(1) ห่มคลุมพระอังสาทั้งสองข้าง จีวรเป็นริ้ว    (2) ห่มเปิดพระอังสาขวา

(3) ห่มเปิดพระอังสาซ้าย         (4) ห่มคลุมพระอังสาทั้งสองข้าง จีวรเรียบ

ตอบ 1 หน้า 93 - 94 พระพุทธรูปสมัยคันธารราฐของอินเดียจะมีความสวยงามตามแบบศิลปะกรีก อย่างชัดเจน ซึ่งจะเห็นได้จากพระพักตร์ พระเกศา และการครองจีวรที่แทบจะไม่มีลักษณะ ของอินเดียเหลืออยู่เลย คือ มีการครองจีวรห่มคลุมพระอังสา (บ่าหรือไหล่) ทั้ง 2 ข้าง โดยมี จีวรแนบกันมากับพระองค์ และมีริ้วนูนหนาเป็นวงโค้งซ้อนกันทางด้านหน้า

67.       พระพุทธรูปยกชายจีวรขึ้นระหว่างพระโสณี

(1) พระพุทธรูปคันธารราฐ       (2) พระพุทธรูปมถุรา

(3) พระพุทธรูปอมราวดี           (4) พระพุทธรูปคุปตะ

ตอบ 2 หน้า 95, (AR 103 เลขพิมพ์ 30175 หน้า 55) การครองจีวรของพระพุทธรูปมถุราจะเป็นแบบใหม่ คือ ครองเฉพาะจีวรและสบงโดยไม่ปรากฏว่ามีสังฆาฏิ และมักห่มเฉียง เปิดพระอังสาซ้าย พระหัตถ์ซ้ายมักยกชายจีวรขึ้นระหว่างพระโสณี (ตะโพก)

68.       ศิลปะอินเดียที่เจริญขึ้นแถบแม่นํ้ากฤษณา คือ

(1) ศิลปะคันธารราฐ   (2) ศิลปะมถุรา            (3) ศิลปะอมราวดี       (4) ศิลปะคุปตะ

ตอบ 3 หน้า 97 - 98 ศิลปะอมราวดี (พุทธศตวรรษที่ 7-9) เจริญขึ้นทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย แถบลุ่มแม่นํ้ากฤษณาโดยเฉพาะที่เมืองอมราวดี นาคารชุนิโกณฑะ ชัคคัยยะเปฎะ และโคลิ ภายใต้การอุปถัมภ์ของราชวงศ์สัตตวาหนะ เมื่อประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 6 โดยมีสถาปัตยกรรม ที่สำคัญที่สุด คือ สถูปสำหรับบรรจุพระบรมอัฐิธาตุของพระพุทธเจ้า

69.       สถาปัตยกรรมที่สำคัญของศิลปะสมัยอมราวดี คือ

(1) ศาสนสถานที่สลักลึกเข้าไปในภูเขา          (2) สถูปสำหรับบรรจุพระบรมอิฐิของพระพุทธเจ้า

(3) ศสนสถานที่สร้างขึ้นกลางแจ้ง    (4) พระเจดีย์สำหรับบรรจุพระบรมอิฐิของพระพุทธเจ้า

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 68. ประกอบ

70.       พระพุทธรูปอินเดียเริ่มเป็นแบบอย่างของศิลปะอินเดียอย่างแท้จริงในสมัยใด

(1) สมัยคันธารราฐ      (2) สมัยมถุรา  (3) สมัยคุปตะ (4) สมัยอมราวดี

ตอบ 2 หน้า 95, 97, 99 พระพุทธรูปอินเดียเริ่มเป็นแบบอย่างของศิลปะอินเดียในสมัยมถุรา(พุทธศตวรรษที่ 7-8) แต่ความเป็นอินเดียอย่างแท้จริงและลักษณะของมหาบุรุษปรากฏขึ้น อย่างครบครันในพระพุทธรูปสมัยอมราวดี (พุทธศตวรรษที่ 7-9) ซึ่งถือได้ว่ามีความงาม ตามแบบอินเดียโดยแท้ เพราะไม่เห็นลักษณะของอิทธิพลต่างชาติเลย