ANT3057 สังคมและวัฒนธรรมไทย การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2553 ข้อ51-60

51.       เศรษฐกิจของสังคมไทยในอดีต มีลักษณะอย่างไร

(1)       ผลิตเพื่อบริโภค           

(2) ผลิตเพื่อแลกเปลี่ยนกับชุมชนอื่น

(3)       ผลิตเพื่อการค้า            

(4) ถูกทั้งหมด

ตอบ1 หน้า 37 - 38 ในอดีตก่อนติดต่อกับชาวตะวันตก หรือก่อนเปิดประเทศในสมัยรัชกาลที่ 4 ตามสนธิสัญญาบาวริ่งนั้น ระบบเศรษฐกิจของคนไทยเป็นระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง นั่นคือ แต่ละครอบครัวจะผลิตของกินของใช้ขึ้นมาบริโภคเองภายในครอบครัว โดยมิได้มุ่งผลิต เพื่อการค้า แต่เมื่อมีผลผลิตเหลือก็อาจจะแลกเปลี่ยนกับชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงบ้าง

52.       เศรษฐกิจของสังคมไทยเปลี่ยนแปลงครั้งแรกในสมัยใด

(1) รัชกาลที่ 4  

(2) รัชกาลที่ 5  

(3)       รัชกาลที่ 7       

(4)       รัชกาลที่ 9

ตอบ .1 หน้า 38, (ดำบรรยาย) เศรษฐกิจของสังคมไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมากครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4 หลังจากมีการเปิดประเทศตามสนธิสัญญาบาวริ่ง ทำให้ประเทศไทยมีการ เปิดประเทศค้าขายกับต่างชาติมากขึ้น ซึ่งนับเป็นก้าวย่างสำคัญที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจของไทย เริ่มเปลี่ยนแปลงไปสู่การผลิตเพื่อขายในทางการค้า และมีการบริโภคสินค้าอื่น ๆ มากขึ้น

53.       เศรษฐกิจของสังคมไทยประสบปัญหาอย่างมากในปี พ.ศ. ใด

(1) พ.ศ. 2490 (2) พ.ศ. 2504 (3)       พ.ศ. 2540       (4)       พ.ส. 2547

ตอบ 3 หาน้า 39 เศรษฐกิจของสังคมไทยประสบปัญหาอย่างมากตามภาวะเศรษฐกิจโลกในปี พ.ศ. 2540ทำให้ประชาชนยากจนลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งตัว แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจของไทยก็ได้ฟื้นตัวขึ้น จากการบริหารของผู้นำประเทศ

54.       ข้อใดคือหน้าที่ของสถาบันการศึกษา

(1) ถ่ายทอดวัฒนธรรม            (2) พัฒนาบุคลิกภาพ  (3)       ฝึกฝีมือแรงงาน           (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 หน้า 39 หน้าที่ของสถาบันการศึกษา ได้แก่

1.         ถ่ายทอดวัฒนธรรม โดยการอบรมขัดเกลาสมาชิกทั้งทางตรงและทางอ้อม ให้รู้และประพฤติปฏิบัติตามบรรทัดฐานของสังคม

2.         ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพของคนให้มีความมั่นคง

3.         ช่วยฝึกหัดแรงงานเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

55. สถานที่ใดเป็นสถาบันให้การศึกษาในอดีต

(1) วัด-วัง         (2) ตักศิลา      (3) วัดเท่านั้น   (4) วังเท่านั้น

ตอบ 1 หน้า 40 สถานที่ที่ให้การศึกษาของสังคมไทยในอดีตก็คือวัดและวัง ต่อมาเมื่อมีการติดต่อกับ ต่างประเทศ สังคมไทยก็ได้รับเอาระบบการศึกษาในระบบโรงเรียนเข้ามา โดยมีการตั้งโรงเรียน แบบสากลขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 6 และขยายตัวเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ ชึ่งมีทั้งสถาบันของรัฐ และเอกชน แต่ระบบการศึกษาของไทยก็ยังคงเป็นระบบบังคับ

56.       สังคมไทยรับเอาระบบการศึกษาในระบบโรงเรียนสากลเข้ามาในสมัยรัชกาลใด

(1) รัชกาลที่ 4  (2) รัชกาลที่ 5  (3) รัชกาลที่ 6  (4) รัชกาลที่ 7

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 55. ประกอบ

57.       วัฒนธรรมหลวง เป็นวัฒนธรรมที่มีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไร

(1) การบูรณาการ        (2) ความเป็นเอกภาพของสังคมไทย

(3)       แสดงความเจริญก้าวหน้าของประเทศ            (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 หน้า 12, (คำบรรยาย) วัฒนธรรมในแต่ละสังคมจะประกอบด้วย 2 ส่วน ดังนี้

1.         วัฒนธรรมหลักหรือวัฒนธรรมหลวง คือ ศิลปะวัฒนธรรมหลักของชาติ ซึ่งสมาชิกรับรู้ และประพฤติปฏิบัติไปในทำนองเดียวก้น เพื่อแสดงถึงความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ความเป็นระเบียบ รวมทั้งเพื่อการบูรณาการหรือความเป็นเอกภาพของสังคมส่วนรวม ได้แก่ ภาษาไทย, การกินข้าว, การไหว้, ประเพณีประจำชาติหรือประเพณีหลวง

(เช่น ประเพณีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประเพณีสงกรานต์ ฯลฯ)

2.         วัฒนธรรมรองหรือวัฒนธรรมราษฎร์ คือ วัฒนธรรมเฉพาะภาคเฉพาะกลุ่มที่แตกต่างกันไป แต่ละท้องถิ่น ได้แก่ จารีต, ความเชื่อ, ทักษะการประกอบอาชีพ, ประเพณีท้องถิ่นหรือ ประเพณีราษฎร์ (เช่น ประเพณีบุญบั้งไฟ ประเพณีงานบุญเดือนสิบ ฯลฯ)

58.       วัฒนธรรมไทยมีที่มาจากปัจจัยใด

(1) สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์       (2) ความเชื่อด้านศาสนาพุทธและพราหมณ์

(3)       การติดต่อกับชนเผ่าอื่น            (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 หน้า 45 - 46 วัฒนธรรมไทยปัจจุบันมีที่มาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

1. สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษเป็นผู้คิดสร้างขึ้นจากการปรับตัว ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเพื่อการมีชีวิตรอด

2.         ความเชื่อทางด้านศาสนาพุทธและพราหมณ์ซึ่งรับมาจากอินเดีย รวมทั้งความเชื่อดั้งเดิม

3.         การติดต่อสัมพันธ์และสังสรรค์กับกลุ่มชาติพันธุ์และชนต่างสังคมต่างวัฒนธรรมอื่น ๆ

59.       ข้อใดคือภูมิปัญญาไทย

(1) องค์ความรู้ในการทำนาปลูกข้าว   (2) องค์ความรู้ในการสร้างคอมพิวเตอร์

(3)       องค์ความรู้ในการจัดการองค์กรแบบสากล     (4) องค์ความรู้ในการรักษาโรคแบบทันสมัย

ตอบ 1 หน้า 53 - 54 ภูมิปัญญาไทยมีลักษณะสำคัญสรุปได้ดังนี้      1. เป็นความรู้ของสังคมไทยในเกือบทุกเรื่อง   2. เป็นองค์ความรู้ที่คนไทยคิดสร้างขึ้นและได้แปรความรู้จากนามธรรมมาสู่รูปธรรม เช่น การทำนาปลูกข้าว การเกษตรแบบผสมมสาน เรือหางยาว รผีฟ้า เสื้อผ้าที่ทำจากฝ้าย ฯลฯ            3. ภูมิปัญญาไทยในแต่ละท้องถิ่นจะแตกต่างกัน และเมื่อสร้างขึ้นมาแล้วแต่ละท้องถิ่นก็จะเป็นเจ้าของชัดเจน 4. เป็นความรู้ที่ได้จากชีวิตจริงโดยการลองผิดลองถูก

60.       ข้อใดถูกต้องที่สุด

(1)       ภูมิปัญญาไทยเกิดจากความเชื่อด้านไสยศาสตร์

(2)       ภูมิปัญญาไทยเกิดจากปรากฎการณ์ตามธรรมชาติ

(3)       ภูมิปัญญาไทยเกิดจากคนไทยคิดสร้างขึ้น

(4)       ภูมิปัญญาไทยเกิดจากการผสมผสานวัฒนธรรมไทยกับสากล

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 59. ประกอบ