ANT3053 สังคมและวัฒนธรรมเกาหลี การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2554 ข้อ81-90

81.       หัวหอมในกิมจิประกอบด้วยสารทางโภชนาการอะไร

(1) แคลเซียม   

(2)       เหล็ก   

(3) เกลือแร่      

(4) วิตามินเอ

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 80. ประกอบ

82.       กิมจิมีแคลอรีตํ่าเพียงกี่แคลอรีต่อกิมจิ 1 ถ้วย

(1) 14  

(2)       33        

(3) 58  

(4) 89

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 79. ประกอบ

83.       คนเกาหลีจะทำกิมจิในเดือนใดของปี

(1) เดือน 3       

(2)       เดือน    5          

(3) เดือน 8       

(4) เดือน 10

ตอบ 4 หน้า 187 คนเกาหลีจะทำกิมจิในเดือน 10 ของปี และการทำกิมจิก็ถือเป็นการสร้างความผูกพัน ระหว่างเพื่อนบ้าน โดยในระหว่างเดือน 10 ของทุกปี แม่บ้านชาวเกาหลีมักจะทักทายเมื่อเจอกัน ว่า ทำกิมจิเสร็จหรือยัง

84.       กิมจิของเกาหลีส่งออกไปขายยังประเทศใดกว่าร้อยละ 70 ของการส่งออกทั้งหมด

(1) จีน  (2)       สหรัฐอเมริกา   (3) ญี่ปุ่น         (4)       เวียดนาม

ตอบ 3 หน้า 188 ในปี ค.ศ. 1995 เกาหลีสามารถส่งออกกิมจิไปขายยังต่างประเทศคิดเป็นมูลค่าถึง 53 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยร้อยละ 70 ของการส่งออกทั้งหมด ได้ส่งไปขายยังประเทศญี่ปุ่น

85.       เอกสารชื่อ ประวัติศาสตร์สามอาณาจักรได้บรรยายไวน์ของอาณาจักรโคกูริวที่มีชื่อว่าอะไร

(1) กัมจู           (2)       มอคโค (3) ชิจู  (4)       โซจู

ตอบ 3 หน้า 192 - 193 เอกสารชื่อ ประวัติศาสตร์สามอาณาจักร (Samguk Sagi) ได้บรรยายถึง การค้นพบวิธีการทำไวน์ขาว (คนไทยจะเรียกว่า เหล้านำขาว) ซึ่งไวน์ชนิดนี้ได้ผูกพันกับ การดำเนินชีวิตของคนเกาหลีในยุคนั้น โดยไวน์ที่มีชื่อเสียงของอาณาจักรโคกูริวชื่อว่า ชิจู” (Chiju) นับเป็นไวน์ที่นิยมและเป็นที่ชื่นชอบของชาวจีนยิ่งนัก

86.       ในอาณาจักรโคริวจะท่าการผลิตไวน์และขายไวน์ ณ ที่ใด

(1) วัด  (2)       ตลาด   (3) โรงเรียน     (4)       บ้านหัวหน้าหมู่บ้าน

ตอบ 1 หน้า 193 - 194, 197 ไวน์ในยุคอาณาจักรโคริวจะผลิตและขายกันในวัด เพื่อให้ผู้ที่มาวัด ได้ซื้อดื่มให้ร่างกายอบอุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลากลางคืน ทั้งนี้คนเกาหลีส่วนใหญ่ นิยมใช้ข้าวและข้าววีทหมักในการผลิตไวน์ และมีบางกลุ่มจะใช้ดอกตูมของลูกแพร์มาทำไวน์ ที่อร่อยยิ่งชื่อว่า “Inhwaju” ซึ่งหมายความว่า ไวน์แพร์กำลังตูม เพราะช่วงเวลาที่คนผลิต มอคคอลลี่หรือไวน์ข้าวเป็นหน้าดอกแพร์กำลังตูม

87.       ในยุคอาณาจักรโคริวคนส่วนใหญ่นิยมใช้อะไรในการผลิตไวน์

(1) ข้าว            (2) ดอกตูมของลูกแพร์            (3) ข้าววีท        (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 86. ประกอบ 

88.       ในยุคอาณาจักรโชซอนชาวเกาหลีใช้สมุนไพร 130 ชนิดมาผลิตไวน์ได้กี่ชนิด

(1) 40  (2)       60        (3)       80        (4)       120

ตอบ 2 หน้า 194 - 195 ในยุคของกษัตริย์เซจองแห่งอาณาจักรโชซอน คนเกาหลีได้ใช้สมุนไพรในการทำไวน์ จนมีการกล่าวกันว่าสมุนไพรกว่า 130 ชนิด นำมาผลิตไวน์ได้ถึง 60 ชนิด นอกจาก ยังนำดอกไม้และผลไม้มาทำไวน์ ทำให้จำนวนไวน์ในยุคนี้มีถึง 180 ชนิดเลยทีเดียว

89.       ลัทธิขงจื๊อถือว่าสำรับที่ใช้ในการเซ่นไหว้อะไรที่มีความสำคัญที่สุด

(1) กัท (2)       ผี          (3)       บรรพบุรุษ        (4)       เจ้าที่

ตอบ 3 หน้า 195 ในยุคอาณาจักรโชซอนได้รับเอาลัทธิขงจื๊อเป็นศาสนาประจำชาติ ซึ่งลัทธินี้จะถือว่า สำรับที่ใช้ในการเซ่นไหว้บรรพบุรุษมีความสำคัญยิ่ง หากของสิ่งใดที่คัดสรรนำมาเซ่นไหว้จะถือว่า เป็นของที่ดีที่สุด

90.       เหล้าสาเกและเบียร์ของญี่ปุ่นได้นำเข้ามาในเกาหลีตั้งแต่มีการเซ็นสนธิสัญญาอะไรในปี ค.ศ. 1876

(1) มินามิ         (2)       ชีรัค      (3)       กังฮวา (4)       โซรัค

ตอบ 3 หน้า 195 เหล้าสาเกและเบียร์ของญี่ปุ่น ได้นำเข้ามายังเกาหลีนับตั้งแต่ประเทศทั้งสอง

ได้เซ็นสนธิสัญญากังฮวาในปี ค.ศ. 1876 ซึ่งให้เกาหลีเปิดเมืองท่าติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ ต่อมาในปี ค.ศ. 1907 เมื่อเกาหลีตกเป็นดินแดนในอารักขาของญี่ปุน รัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้ตรากฎหมาย เรียกเก็บภาษีสุราและสั่งห้ามชาวเกาหลีทำไวน์ในครัวเรือน อีกทั้งยังได้สร้างโรงกลั่นสุราไว้ใน แต่ละหมูบ้านเพื่อผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ต้องเสียภาษีให้แก่รัฐอย่างครบถ้วน