ANT1013 มานุษยวิทยาเบื้องต้น การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2556

0
23

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิชา ANT 1013 มานุษยวิทยาเบื้องต้น

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 120 ข้อ)

Advertisement

1.         อาณาจักรล้านนามีความเจริญรุ่งเรืองมากในช่วงพุทธศตวรรษที่เท่าใด

(1)  13        

(2) 14  

(3) 15 

(4) 16

ตอบ 1 หน้า 2 ประวัติศาสตร์ล้านนาโบราณ ในยุคเริ่มก่อตั้งชุมชนเจ้านครได้กล่าวถึงความสำคัญของ ลุ่มแม่น้ำกก” ว่าเป็นแหล่งกำเนิดแห่งแรกของอารยธรรมล้านนาที่ผู้คนสามารถควบคุมนํ้าเพื่อการเกษตรแบบนาดำ จนสามารถผลิตอาหารได้มากเพียงพอที่จะส่งมอบให้ชนชั้นปกครองในรูปของการภาษีอากรได้ ซึ่งบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนาว่ามีขึ้นตั้งแต่พุทธศตวรรษพี่ 13 มาแล้ว

2.         พระราชนิพนธ์ไกลบ้านเป็นงานเขียนของใคร

(1)       พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ห้ว          

(2) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

(3) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  

(4) พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ตอบ 2 หน้า 3-4 งานเขียนเรื่องราวของชนต่างชาติที่ได้รับความสนใจแพร่หลายที่สุด คือพระราชนิพนธ์ไกลบ้านของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ซึ่งทรงนิพนธ์ขึ้นเมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรปในระหว่างปี พ.ศ. 2449 – 2450 โดยพระองค์ทรงเขียน เป็นพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงนิภานภดล (สมเด็จหญิงน้อย) จำนวน 43 ฉบับ เล่าถึงความทุกข์สุขส่วนพระองค์ในการเสด็จไปครั้งนั้น และบรรยายถึงการตั้งถิ่นฐาน บ้านเรือนและขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศต่าง ๆ ในยุโรปอย่างละเอียด ซึ่งถือเป็นผลงาน ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง และเป็นการเปิดโฉมหน้าของการศึกษาสาขามานุษยวิทยาของไทยโดยแท้

3.         เนื้อหาในพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน ได้บรรยายถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของที่ใด

(1)       เอเชีย   

(2) ยุโรป          

(3)       เอเชียตะวันออก          

(4)       อเมริกา

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 2. ประกอบ

4.         มาร์โคโปโล ได้รับราชการในจีนเป็นเวลานานกี่ปี

(1)3ปี  (2)8ปี  (3)17ปี            (4)25ปี

ตอบ 3 ทน้า 5 ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 3 มาร์โคโปโล ผู้ซึ่งเคยรับราชการในจีนสมัยกุบไลข่านเป็นเวลานานถึง 17 ปี ได้เขียนเรื่องราวของคนจีนและอารยธรรมอันสูงส่งของชนในซีกโลก ตะวันออกเผยแพร่ในยุโรป ส่งผลให้ความเชื่อของาวยุโรปที่ว่า ศูนย์กลางของอารยธรรม ของโลกมีอยู่เฉพาะในทวีปยุโรปนั้นค่อย ๆ ลดลง

5.         จังหวัดใดที่อยู่ในอาณาจักรล้านนา

(1) ลำปาง       (2) ลำพูน         (3)       เชียงใหม่         (4)       ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 หน้า 10 อาณาจักรล้านนา ได้แก่บริเวณที่ชาวพื้นเมืองใช้ภาษาคำเมือง(ไทยเหนือ)เป็นสื่อในการ พูดและภาษาไทยยวนเป็นภาษาเขียน โดยในยุคต้นนั้นอาณาจักรล้านนาประกอบด้วย เมืองโยนก เชียงแสน เมืองฝาง (ไชยปราการ) เมืองหริภุญชัย (ลำพูน) และเมืองเชียงราย (มังราย) ส่วนในปัจจุบัน อาณาจักรล้านนาประกอบด้วย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่าน

6.         พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน เขียนเป็นจดหมายรวมทั้งหมดกี่ฉบับ

(1)       43 ฉบับ           (2) 68 ฉบับ     (3)       89 ฉบับ           (4) 115 ฉบับ

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 2. บระกอบ

7.         ใครที่เคยถูกจับขึ้นศาลมองโกล

(1) มาร์โคโปโล            (2) คาร์ปินี       (3)       รูโบรค  (4) ข้อ 2 และ 3

ตอบ 4 หน้า 5 ในคริสต์ศตวรรษที่ 3 เมื่อพวกมองโกลขยายอาณาบริเวณมาทางภาคตะวันตกของ ทวีปเอเชีย มีชาวยุโรปสองคนชื่อ คาร์ปินีและรูโบรค ถูกจับและถูกนำขึ้นศาลของพวกมองโกล โดยชายทั้งสองได้เขียนเล่าถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของชนเผ่านี้และนำไปเผยแพร่ในยุโรป

8.         ใครคือผู้ทีเขียนเรื่องราวของคนจีนและอารยธรรมตะวันออก

(1) มาร์โคโปโล            (2) คาร์ปินี       (3)       รูโบรค  (4) ข้อ 2 และ 3

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 4. ประกอบ

9.         ตำนานใดที่เขียนเป็นภาษาไทยยวน

(1)       มูลศาสนา        (2) จามเทวีวงศ์           (3)       พื้นเมืองเชียงใหม่ (4) พระยาเจือง

ตอบ1 หน้า 2-3 ดร.อานันท์ กาญจนพันธุ์ นักมานุษยวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานของไทยอย่างละเอียด และกล่าวว่าตำนานได้ให้ภาพความรู้ทาง ประวัติศาสตร์พื้นเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งตำนานพระยาเจือง(มีชีวิตอยู่ในช่วงพ.ศ. 1625 – 1705) ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ตำนานเมืองเงินยางเชียงแสน และตำนานจามเทวีวงศ์ งานเหล่านี้ เขียนเป็นภาษาบาลี ยกเว้นตำนานมูลศาสนาที่เขียนเป็นภาษาไทยเหนือ (ไทยยวน) โดยตำนาน เหล่านี้จะเขียนลงบนใบลานเรียกว่า คัมภีร์ใบลาน และสมุดข่อยเรียกว่า คัมภีร์สมุดข่อย

10.       เสถียรโกเศศ” คือใคร        

(1) พระยาประเสริฐสุนทราศรัย

(2)       พระยาอนุมานสรรพกิจ           (3) เจ้าพระยาอภัยภูเบศร       (4) พระยาอนุมานราชธน

ตอบ 4 หน้า 261 – 263, (คำบรรยาย) พระยาอนุมานราชธน เดิมมีชื่อว่า หลีกวงหยง” ต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อไทยว่า ยง” และได้รับนามสกุลพระราชทานว่า เสถียรโกเศศ” เป็นผู้ที่มี คุณูปการต่อการศึกษาวิชามานุษยวิทยาของไทยเป็นอย่างมาก จึงทำให้ได้รับการยอมรับว่า เป็นปรมาจารย์สาขามานุษยวิทยารุ่นแรกของไทย

11.       ชาวเขาเผ่าเย้าเคารพนับถือเทพเจ้าองค์ใด

(1) ปุงโกเฮียน 

(2) เปี้ยนโกฮูง 

(3) เฮงปุนฮง  

(4) ผิดทั้งหมด

ตอบ 2 หน้า 1 – 2 นิยายปรัมปราของชาวเขาเผ่าเย้าได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของบรรพบุรุษ ของพวกเขาว่า ในวันที่แปดเดือนสี่ของปีหนึ่ง ได้เกิดนํ้าท่วมโลกเจ็ดวันเจ็ดคืน ผู้คนล้มตาย จนเหลือเพียงหญิงชายคู่หนึ่งซึ่งเป็นพี่น้องกัน เทวดาองศ์หนึ่งชื่อ เปี้ยนโกฮูง’’ ซึ่งเป็นผู้สร้าง โลกและสวรรค์ และเป็นที่เคารพนับถือของชาวเขาเผ่าเย้าได้แปลงตนเป็นชายชราและบอกสองพี่น้องให้แต่งงานกันเพื่อสร้างมนุษย์ ต่อมาเมื่อน้องสาวคลอดลูกเป็นฟัก จึงมีเทวดาองค์หนึ่ง เสด็จลงมาผ่าลูกฟักพร้อมกับรับสั่งว่าให้โยนเมล็ดฟักลงบนพื้นราบ ส่วนเนื้อฟักให้โยนขึ้นบนดอย แต่พี่ชายเกิดจำคำสั่งไขว้เขว คือได้โยนเนื้อฟักลงบนพื้นราบ ต่อมาได้กลายเป็นผู้คน ทำมาหากินในที่ราบ ส่วนเมล็ดฟักได้โยนขึ้นไปบนดอยและกลายเป็นชาวเขาเผ่าเย้าที่ทำมาหากิน อยู่บนดอย

12.       ตำนานพระยาเจือง” อยู่ในช่วงปี พ.ศ. ใด

(1)       1122 – 1434   

(2) 1212 – 1578         

(3) 1258 – 1664         

(4)1625 – 1705

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 9. ประกอบ

13.       ใครคือนักปราชญ์ชาวโรมัน

(1)       ฮีโรโดตัส          

(2) ทาซิตัส       

(3) คาร์ปินี       

(4) รูโบรค

ตอบ 2 หน้า 4-5 ทาซิตัส (Tacitus) นักประวัติศาสตร์ชาวโรมัน ได้เขียนเรื่องราวของคนเถื่อน (ชนเผ่าเยอรมัน) ซึ่งอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของยุโรป โดยกล่าวถึงลักษณะโครงสร้างทาง ร่างกาย แบบบ้าน สภาพแวดล้อมทางสังคม และขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างละเอียด

14.       ใครคือนักมานุษยวิทยาคนแรกของโลก

(1) ฮีโรโดตัส    (2)       ทาซิตัส            (3)       คาร์ปินี (4)       รูโบรค

ตอบ 1 หน้า 4 ในช่วงปี 484 – 426 ก่อนคริสตกาล ฮีโรโดตัส (Herodotus) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก ได้ออกเดินทางไปยังประเทศอียิปต์ ปาเลสไตน์ บาบิโลน แม็คคาโดเนีย และตราซ แล้วทำการ จดบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่ได้พบเห็น เซ่น “…ในประเทศอียิปต์ ผู้หญิงจะเป็นผู้ทำการค้าขายในตลาด ในขณะที่ผู้ชายจะทอผ้าอยู่ที่บ้าน ผู้หญิงใช้หัวไหล่เพื่อแบกสิ่งของ ส่วนผู้ชายใช้ศีรษะ ลูกผู้ชายจะไม่ช่วยพ่อแม่ทำงานนอกจากลูกผู้หญิง…” ซึ่งจากผลงานเหล่านี้เองที่ทำให้ นักมานุษยวิทยาสังคมชาวอังกฤษได้ยกย่องเขาว่าเป็น นักมานุษยวิทยาคนแรกของโลก

15.       อารยธรรมล้านนามีแหล่งกำเนิดในแถบใด

(1)       ลุ่มน้ำโขง         (2)       ลุมน้ำกก          (3)       เทือกเขาผีปันนํ้า          (4)       เทือกเขาตะนาวศรี

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 1. ประกอบ

16.       เรื่องราวที่กล่าวถึงประวัติความป็นมาของบรรพบุรุษของชาวเขาเผ่าเย้า เรียกว่าอะไร

(1)       ตำนาน (2)       นิยายปรัมปรา (3)       พงศาวดาร       (4)       ประวัติศาสตร์

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 11. ประกอบ

17.       ข้อใดต่อไปนี้ที่ถือเป็นผลงานหรือวัฒนธรรมที่เป็นรูปธรรม

(1)       พัดลม  (2)       เก้าอี้    (3)       รถยนต์            (4)       ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 หน้า 7 วัฒนธรรม (Culture) หมายถึง สิ่งที่เป็นผลงานที่มนุษย์สร้างและผลิตขึ้น ตลอดจน แต่งเติมเสริมต่อสิ่งที่เป็นธรรมชาติ เพื่อนำมาใช้ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น

1.         ผลงานที่เป็นรูปธรรมได้แก่ โต๊ะ เก้าอี้ พัตลม ตึก สวนสาธารณะ รถยนต์ ฯลฯ

2.         ผลงานที่เป็นนามธรรม ได้แก่ รูปแบบหรือระบบการอยู่รวมกันเป็นสังคม ศาสนา ค่านิยม ความเชื่อ การปกครองแบบประชาธิปไตย ความดี ความเลว ฯลฯ

18.       พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน” เป็นการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. ใด

(1)       2315 – 2316   (2)       2411   – 2412 (3)       2432 – 2433   (4)       2449 – 2450

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 2. ประกอบ

19.       หลังยุคกลางของยุโรปได้มีการให้เสรีภาพทางด้านความคิดและการคันคว้าเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่เท่าใด

(1)       12        (2)       14        (3)       15        (4)       16

ตอบ 4 หน้า 5 ในยุคกลางของยุโรปได้ถูกครอบงำจากลัทธิคำสอนของศาสนาคริสต์ที่ให้ยอมรับว่า พระเจ้าเป็นผู้สร้างโลกและมนุษย์คู่แรกของโลกขึ้นมา” ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าคิดผิดแผก แตกต่างไปจากคำสอนของศาสนาเพราะเกรงว่าจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง ต่อมาในช่วงหลัง ยุคกลางของยุโรปเหตุการณ์ได้ผันแปรและอำนาจของศาสนจักรลดน้อยลง เสรีภาพทาง ด้านความคิดและการค้นคว้าจึงได้บังเกิดขึ้นอีกครั้งนับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา

20.       สัตว์ประเภทใดที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการวิวัฒนาการของมนุษย์

(1) Homo Sapiens      (2) Homo Sapiens Sapiens

(3)       Primate    (4) ผิดทั้งหมด

ตอบ 3 หน้า 176369 ไพรเมต (Primate) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชั้นสูง มีเลือดอุ่น และมีกระดูกสันหลัง โดยไพรเมตรุ่นแรกเกิดขึ้นบนโลกในยุคซีโนโซอิกเมื่อราว 65 ล้านปีมาแล้ว ซึ่งนักมานุษยวิทยาถือว่าไพรเมตเป็นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการการเป็นมนุษย์ โดยสัตว์ในลำดับนี้แบ่งออกเป็น         1. ลำดับตํ่าสุด ได้แก่ ลิงเลมูร์ ลิงทาร์เซีย

2.         ลำดับสูง ได้แก่ ลิง ค่าง ชะนี และวานร (เช่น ชิมแปนซี กอริลลา และอุรังอุตัง) ซึ่งต่อมา วานรได้วิวัฒนาการเป็นมนุษย์โบราณและสุดท้ายพัฒนาเป็นโฮโม เซเปียนส์ (Homo Sapiens) หรือมนุษย์ยุคปัจจุบัน

21.       ในการศึกษาเรื่องราวของวิวัฒนาการ นักมานุษยวิทยาต้องอาศัยการวิเคราะห์จากสิ่งใด

(1)       ซากเน่าเปื่อย  

(2) ซากดึกดำบรรพ์     

(3) ฟอสซิล      

(4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 หน้า 16 นักมาบุษยวิทยากายภาพศึกษาเรื่องราวของการวิวัฒนาการของมนุษย์ โดยอาศัย การวิเคราะห์ซากกระดูกและอวัยวะซึ่งเรียกว่า ซากดึกดำบรรพ์ ซากเน่าเปื่อย หรือฟอสซิล (Fossil) ของสิ่งมีชีวิตที่เคยมีชีวิตในอดีต แล้วนำมาเปรียบเทียบกับโครงสร้างกายวิภาคของสัตว์และมนุษย์ ในยุคปัจจุบัน เพื่อสืบสาวเรื่องราวเกี่ยวกับสายการวิวัฒนาการจนกลายเป็นโฮโม เซเปียนส์

22.       เจน กูดเดลล์ ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมของลิงในแถบใด     

(1) เกาะบอร์เนียว

(2)       เกาะกาสาปาโกส       

(3) แอฟริกาตะวันตก   

(4) แอฟริกาตะวันออก

ตอบ 4 หน้า 1872 – 73 นักมานุษยวิทยากายภาพที่ทำการศึกษาพฤติกรรมของไพรเมตที่ไม่ใช่มนุษย์ในสภาพธรรมชาติ ได้แก่

1.         ไดแอน ฟอสซี่ ศึกษาพฤติกรรมของลิงกอริลลาในประเทศแองโกล่า

2.         เจน กูดเดลล์ ศึกษาพฤติกรรมและชีวิตความเป็นอยู่ของลิงในแถบแอฟริกาตะวันออกและ ชิมแปนซีในประเทศยูกานดา

3.         ฟิลลิส ฮอลินาว ศึกษาพฤติกรรมของลิงแลงเกอร์ในประเทศอินเดีย

4.         บิรุท กอลดิกาส-บรินดามอร์ ศึกษาพฤติกรรมซองลิงอุรังอุตังในหมู่เกาะบอร์เนียว ลิงแบมบูนในแอฟริกา และลิงมาคัสในตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น

23.       บิรุท กอลดิกาส-บรินดามอร์ ได้ทำการศึกษาลิงประเภทใด

(1)       กอริลลา          

(2) แลงเกอร์    

(3) อุรังอุตัง      

(4) ชิมแปนซี

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 22. ประกอบ

24.       สาขาวิขาใดที่ทำการศึกษากลุ่มไพรเมตโบราณในสกุลโฮโม 

(1) มนุษย์วิทยาโบราณ

(2)       มนุษย์วิทยากายภาพ (3)มนุษย์โบราณวิทยา            (4) โบราณคดี

ตอบ 3 หน้า 19 วิฃามนุษย์โบราณวิทยา (Human Paleotology) เป็นวิชาที่ทำการศึกษากลุ่มไพรเมตโบราณในสกุลโฮโม โดยศึกษาวิเคราะห์ซากโครงกระดูกและชิ้นส่วนกระดูกที่ค้นพบ (Fossil Remains)

25.       สกุลใดที่จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตในวงศ์โฮมินิเดีย

(1)รามาพิธิคัส (2) ออสตราโลพิธิคัส   (3) โฮโม           (4)ถูกทั้งหมด

ตอบ 2. 3 หน้า 217073 – 747783 กลุ่มสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตในวงศ์โฮมินิเดีย (Hominidae)ประกอบด้วย 2 สกุล คือ

1.         สกุลออสตราโลพิธิคัส (Australopithecus) แยกออกเป็น 2 สปีชี่ ได้แก่ ออสตราโลพิธิคัส แอฟริกานัส (Australopithecus Africanus) และออสตราโลพิธิคัส โรบัสตัส (Australopithecus Robustus)

2.         สกุลโฮโม (Homo) แยกออกเป็น 2 สปีชี่ ได้แก่ โฮโม อีเรคตัส (Homo Erectus) และ โฮโม เซเปียนส์ (Homo Sapiens)

26.       อวัยะวะใดของมนุษย์ที่นิยมนำมาใช้ศึกษาค้นคว้าและมีความคงทนมากที่สุด

(1)กระดูก        (2)กะโหลก      (3)ฟัน  (4)ถูกทั้งหมด

ตอบ 3 หน้า 22 – 23 กระดูกที่นักมานุษยวิทยากายภาพนิยมนำมาใช้ในการศึกษามากที่สุดก็คือ ฟัน ทั้งนี้เพราะฟันเป็นกระดูกที่มีความคงทนและคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ที่สุดที่หลงเหลืออยู่ในซากดึกดำบรรพ์ของไพรเมตที่เสียชีวิตมาแล้วนับหมื่นนับแสนปี (กระดูกส่วนอื่นที่พบมาก รองลงมาคือ ขากรรไกร แขน ขา หัวกะโหลก ฯลฯ)

27.       กลุ่มตระกูลไพรเมตเกิดขึ้นในโลกเป็นครั้งแรกราวกี่ล้านปีมาแล้ว

(1) 20  (2) 50  (3) 65  (4) 85

ตอบ 3 หน้า 6369 ยุคซีโนโซอิก (ระหว่าง 65 ล้านปี – 10,000 ปีมาแล้ว) มีสภาพทั่วไปเหมาะสำหรับ การดำรงชีวิตของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทำให้กล่าวกันว่า ยุคนี้เป็นยุคของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม’’ และมีสัตว์ในตระกูลไพรเมตเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ได้แก่ ลิงลมและค่าง หรือที่เรียกว่า พรอสิเมียน (Prosimian) เมื่อราว 65 – 58 ล้านปีมาแล้ว และในช่วงสุดท้ายของยุค ระหว่าง 1.6 ล้านปี – 10,000 ปี ได้เกิดมนุษย์สายพันธุ์โฮโม เซเปียนส์ หรือมนุษย์สายพันธุ์เดียวกับมนุษย์ปัจจุบัน (ดูคำอธิบายข้อ 20. ประกอบ)

28.       เหตุใดกะโหลกของเด็กจะมีรอยต่อที่ห่างกันมากกว่าผู้ใหญ่

(1) เพราะกะโหลกเด็กยังเล็ก  (2) รองรับการเติบโตของกะโหลกในอนาคต

(3)       มันสมองของเด็กโตอุดรอยต่อของกะโหลก     (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 2 หน้า 24 หัวกะโหลกของมนุษย์มิได้เป็นกระดูกชิ้นเดียว แต่จะมีกระดูกหลายชิ้นเชื่อมต่อกัน ทำให้หัวกะโหลกของทารกและเด็กมีรอยต่อที่ห่างกันเพื่อรอให้มีการเจริญเติบโตและขยายตัว ของกะโหลกในอนาคต ส่วนผู้ใหญ่จะไม่มีช่วงของรอยต่อที่ห่างกัน เพราะหัวกะโหลกเจริญ สมบูรณ์เต็มที่แล้ว ซึ่งเราเรียกรอยต่อของกะโหลกนี้ว่า “Sutures”

29.       รอยต่อของกะโหลก เรียกว่าอะไร

(1) Sutares          (2) Satures         (3) Stores  (4) Sutures

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 28. ประกอบ

30.       กระดูกสะโพกของเพศหญิงมีลักษณะโครงสร้างอย่างไร

(1) หนา แคบ   (2) แบน กว้าง (3) หนา กว้าง  (4) แบน แคบ

ตอบ 2 หน้า 24 เกณฑ์ที่จะชี้ว่าซากดึกดำบรรพ์ของมนุษย์โบราณเป็นเพศใดนั้น สามารถดูได้จาก กระดูกสะโพก โดยกระดูกสะโพกของเพศหญิงจะมีโครงสร้างแบน กว้าง และอยู่ในตำแหน่งต่ำ เพื่อจะสามารถผายออกได้เมื่อตั้งครรภ์ ส่วนกระดูกสะโพกของเพศชายจะอยู่ในระดับสูงและ แคบกว่ามาก

31.       วิธีการคำนวณใดที่ใช้หาช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ของสิ่งมีชีวิต

(1) คาร์บอน-5 

(2) คาร์บอน-14           

(3) โปเแตสเซียม-8      

(4)โปแตสเซียม-12

ตอบ 2 หน้า 24 วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการคำนวณหาอายุหรือ ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ของสิ่งมีชีวิตหรือซากดึกดำบรรพ์ คือ การคำนวณด้วยวิธีคาร์บอน-14 และวิธีโปแตสเซียม อาร์กอนกับซากกระดูกของมนุษย์โบราณ ซึ่งทำให้คาดคะเนกาลเวลาได้ ค่อนข้างแม่นยำ

32.       โฮมินิด” เป็นคำเรียกกลุ่มสัตว์ในวงศ์ใด

(1) โฮมินอยดิก            

(2)โฮมินอยเซอิก          

(3) โฮมินิเดีย   

(4) โฮโม เซเปียนส์

ตอบ 3 หน้า 20 – 2173 – 74 โฮมินิด (Hominid) เป็นคำนามที่เรียกกลุ่มสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตใน วงศ์โฮมินิเดียในความหมายว่า มนุษย์ (Man) โดยลักษณะเด่นทางชีวภาพและการดำรงชีวิต ของโฮมินิด มีดังนี้   1. ใช้ชีวิตอยู่บนพื้นดิบแทนการห้อยโหนบนต้นไม้

2.         ใช้ขาทั้งสองข้างเวลาเดินและใช้มือหยิบสิ่งของ

3.         เดินตัวตรงและตั้งฉากกับพื้นดินเมื่อพัฒนาถึงจุดสูงสุด

4.         มีขนาดมันสมองใหญ่ขึ้น และสามารถสร้าง วัฒนธรรม” ได้

33.       โฮมินิด” หมายถึงอะไร       

(1) สัตว์เซลล์เดียว

(2)       มนุษย์โบราณ  

(3) มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์  

(4) มนุษย์

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 32. ประกอบ

34.       โฮโม เซเปียนล์ มีขนาดมันสมองราวกี่ ลบ.ซม.

(1) 500            (2) 1,400        (3) 1,800        (4) 2,100

ตอบ 2 หน้า 2383 โฮมินิดจะมีขนาดของมันสมองแตกต่างกัน ดังนี้

1.         รามาพิธิคัส (Ramapithecus) และออสตราโลพิธิคัส (Australopithecus)

มีขนาดมันสมองราว 500 ลบ.ซม.

2.         โฮโม อีเรคตัส (Homo Erectus) มีขนาดมันสมองราว 775 – 1,225 ลบ.ซม.

3.         โฮโม เซเปียนส์ (Homo Sapiens) มีขนาดมันสมองราว 1,400 ลบ.ซม.

35. มนุษย์โบราณออสตราโลพิธิคัส แอฟริกานัส (Australopithecus Africanus) มีอายุราวกี่ล้านปีมาแล้ว

(1) 6 แสนปี     (2) 1.5 ล้านปี  (3) 4.2 ล้านปี  (4) 6.7 ล้านปี

ตอบ 2 หน้า 2380 มนุษย์โบราณออสตราโลพิธิคัส แอฟริกานัส มีอายุราว 1.5 ล้านปีมาแล้ว โดยมีลักษณะรูปร่างดังนี้ 1. รูปร่างเล็ก โปร่งบาง 2. ความสูงเฉลี่ยราว 4 – 41/2 ฟุต

3.         น้ำหนักเฉลี่ย 60 ปอนด์ 4. ใบหน้ากลมแคบ 5. ฟันหน้าและฟันหลังมีขนาดใหญ่ 6. ขนาดของสมองราว 442 ลบ.ซม. ฯลฯ

36.       โฮโม อีเรคตัสมีขนาดมันสมองราวกี่ ลบ.ซม.

(1) 775 – 1,225          (2) 925 – 1,135          (3) 1,500 – 1,725       (4) 1,725 – 1,830

ตอบ1 ดูคำอธิบายข้อ 34. ประกอบ

37.       ออสตราโลพิธิคัสมีขนาดมันสมองราวกี่ ลบ.ซม.

(1)       300    (2) 500            (3) 700            (4) 900

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 34. ประกอบ

38.       นักมานุษยวิทยากายภาพสนใจศึกษาในด้านใด       

(1) วิวัฒนาการของมนุษย์โบราณ

(2)       ซากดึกดำบรรพ์          (3) วิวัฒนาการของมนุษย์       (4) การพัฒนาการมาเป็นมนุษย์

ตอบ 3 หน้า 16 นักมานุษยวิทยากายภาพสนใจศึกษา 2 หัวข้อใหญ่ คือ

1.         การวิวัฒนาการของมนุษย์ โดยเน้นศึกษาหมู่สัตว์ในสายโฮโมเป็นหลัก เพื่อค้นหาต้นตอ และสายการวิวัฒนาการจนกลายมาเป็นมนุษย์ปัจจุบัน

2.         ความแตกต่างในหมู่มนุษยชาติในยุคปัจจุบัน เช่น สีผิว ขนาดและโครงสร้างทางร่างกาย กลุ่มเลือด การปรับตัวของร่างกายต่อภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม ทั้งนี้เพราะเป็นความแตกต่างที่ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดและสามารถถ่ายทอดไปยังลูกหลานโดยผ่านทางพันธุกรรมได้

39.       ใครคือผู้ที่มีแนวความคิดว่า สิ่งมีชีวิตมีจุดเริ่มต้นมาจากน้ำ

(1) ลูเครติอุส   (2) อริสโตเติล  (3) เฮราคลิตัส (4) ทาเลส

ตอบ 4 หน้า 27 – 28 ทาเลส (Tales) ซึ่งมีชีวิตอยู่ในระหว่างปี 640 – 546 ก่อนคริสต์ศักราช กล่าวว่าสิ่งมีชีวิตมีจุดเริ่มต้นมาจากนํ้า” ซึ่งจากทัศนะนี้เองทำให้ทาเลสเป็นคนแรกที่นำเสนอแนวคิด ตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์แทนการกล่าวตามนิยายปรัมปราดังเช่นคนร่วมสมัยอื่น ๆ ที่ชี้นำว่า สรรพสิ่งทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตในโลกล้วนได้รับการสร้างขึ้นจากอำนาจเหนือธรรมชาติแทบทั้งสิ้น

40.       คาโรลัส ลินเน่ เป็นนักวิทยาศาสตร์สัญชาติใด

(1) อังกฤษ      (2) ฝรั่งเศส      (3) เยอรมนี      (4) สวีเดน

ตอบ 4 หน้า 29 – 30 คาโรลัส ลินเน่ (Carolus Linnaeus) นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดน มีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1707 – 1773 ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับระบบการจำแนกพืชและสัตว์ชื่อ “Systema Naturae” โดยได้จัดพิมพ์ขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1758 ซึ่งนับว่าเป็นผลงานที่ทำให้ลินเน่มีชื่อเสียง อย่างมากเพราะเขาได้จำแนกพืชและสัตว์ออกเป็นกลุ่ม ๆ อย่างเป็นระบบ และตั้งชื่อเรียกพืช และสัตว์แต่ละประเภทตามสปีชี่ โดยพิจารณาถึงโครงสร้างและหน้าที่ทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิต แต่ละชนิด ความสำเร็จของลินเน่ก่อให้เกิดคำกล่าวที่ว่า พระเจ้าเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งขึ้นบนโลก ส่วนลินเน่เป็นผู้จัดจำแนกอย่างเป็นระบบ

41.       ชาร์ลส์ ดาร์วิน มีความสัมพันธ์อย่างไรกับ จอห์น สตีเวนส์ เฮนสโลว์

(1) ผู้ร่วมงาน   

(2) เจ้าอาวาส-พระในวัด

(3)       ลูกศิษย์-อาจารย์        

(4) ลูกจ้าง-นายจ้าง

ตอบ 3 หน้า 34 – 35 ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) เกิดในประเทศอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1809 เขาเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาสัยเคมบริดจ์ในปี ค.ศ. 1828 และจบการศึกษาใน ปี ค.ศ. 1831 ณ ที่นี้เองที่ทำให้เขาเริ่มให้ความสนใจความรู้สาขาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ เมื่อได้เป็นลูกศิษย์ของศาสตราจารย์ทางพฤกษศาสตร์ชื่อ จอห์น สตีเวนส์ เฮนสโลว์

42.       หมู่เกาะกาลาปาโกส ตั้งอยู่ในแถบใด

(1) มหาสมุทรอินเดีย   

(2) มหาสมุทรแปซิฟิก

(3)       มหาสมุทรแอตแลนติก 

(4) เหนือหมู่เกาะบอร์เนียว

ตอบ 2 หน้า 35 ชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบนกกระจาบ 13 ชนิด ที่อาศัยอยู่บน หมู่เกาะกาลาปาโกสในมหาสมุทรแปซิฟิก ใกล้กับประเทศโคลัมเบีย โดยพบว่า นกดังกล่าว มีความแตกต่างกันทั้งๆที่สภาพแวดล้อมของแต่ละเกาะไม่ได้แตกต่างกันทั้งทางด้าน ภูมิศาสตร์และภูมิอากาศ

43.       หนังสือ The Descent of Man เป็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องอะไร

(1) การกำเนิดของสิ่งมีชีวิต     

(2) บรรพบุรุษของมนุษย์

(3)       วัฒนธรรมของคนกลุ่มต่าง ๆ   

(4) วิวัฒนาการของมนุษย์และสัตว์

ตอบ 2 หน้า 3576 ชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้เขียนสรุปข้อคิดเห็นในเรื่องการเลือกสรรตามธรรมชาติ เบื้องต้นในปี ค.ศ. 1844 และในปี ค.ศ. 1859 จึงได้พิมพ์เป็นหนังสือชื่อ On Origin of Species ซึ่งเป็นหนังสือเล่มที่นำชื่อเสียงก้องโลกให้แก่เขา ต่อมาในปี ค.ศ. 1871 ได้ตีพิมพ์ หนังสือชื่อ The Descent of Man ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับบรรพบุรุษของมนุษย์

44.       ใครคือผู้ที่เชื่อว่า ทุกสิ่งบนโลกนี้สามารถเคลื่อนไหวได้

(1) ทาเลส        (2) อริสโตเติล  (3) เฮราคลิตัส (4) ชาร์ลส์ ดาร์วิน

ตอบ.3 หน้า 28 เฮราคลิตัส (Heraclitus) กล่าวว่า ทุกสิ่งบนโลกนี้สามารถเคลื่อนไหวได้” ซึ่ง นับว่าเป็นแนวคิดใหมที่ตรงข้ามกับแนวคิดที่เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะมีสภาพคงที่ หยุดนิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง

45.       จอห์น สตีเวนส์ เฮนสโลว์ เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใด

(1)สัตวศาสตร์ (2)การแพทย์   (3)วิทยาศาสตร์           (4)พฤกษศาสตร์

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 41. ประกอบ

46.       ชาร์ลส์ ดาร์วิน เกิดที่ไหน

(1)อังกฤษ       (2)ฝรั่งเศส       (3)เยอรมนี       (4)สวีเดน

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 41. ประกอบ

47.       การผ่าเหล่า (Mutation) หมายถึงอะไร

(1) การมีพฤติกรรมต่างจากพ่อ-แม่     (2) การมีนิสัยตรงข้ามกับพ่อ-แม่

(3) การแตกต่างทางพันธุกรรม            (4) การแตกต่างในการดำเนินชีวิต

ตอบ 3 หน้า 39 – 40, (คำบรรยาย) ในการปฏิสนธินั้น หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือผิดปกติในการ วิวัฒนาการขึ้นเราเรียกว่า การผ่าเหล่า หรือมิวเทชั่น” (Mutation) ซึ่งหมายถึง การเริ่มต้น ของความแตกต่างทางพันธุกรรม โดยที่ยีนและ/หรือโครโมโซมที่เกิดการผ่าเหล่าจะมีลักษณะ แตกต่างออกไปจากยีนและ/หรือโครโมโซมตัวอื่น ๆ เมื่อยีนผ่าเหล่าเกิดขึ้นแล้วจะถูกถ่ายทอด ไปยังลูกหลาน ทำให้ลูกหลานมีลักษณะโครงสร้างแตกต่างจากพ่อแม่ หากยีนผ่าเหล่ามีการผสมพันธุ์เพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกหลานรุ่นถัดไป การเปลี่ยนแปลงก็จะขยายตัว และอาจทำให้เกิด พันธุ์ใหม่ (Mew Species) ขึ้น

48.       ทาเลส มีชีวิตอยู่ในช่วงปีใดก่อนคริสต์ศักราช

(1) 228 – 196  (2) 356 – 294  (3) 483 – 390  (4) 640 – 546

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 39. ประกอบ

49.       ใครคือผู้ที่อธิบายว่า มีการพัฒนาจากจุลินทรีย์มาเป็นพืช

(1) เฮราคลิตัส (2) อริสโตเติล  (3) ลูเครติอุส   (4) ทาเลส

ตอบ 2 หน้า 28 อริสโตเติล (Aristotle) อธิบายว่า ได้มีการพัฒนาจากจุลินทรีย์มาเป็นพืช และในโลกนี้มีชุมชนของสรรพสิ่งอยู่ในธรรมชาติ” ซึ่งคำว่าชุมชนตามแนวคิดนี้หมายถึง การอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีการเกิด-แตกดับของมวลสิ่งมีชีวิตในโลก

50.       ลูเครติอุส มีชีวิตอยู่ในราวกี่ปีก่อนคริสต์ศักราช

(1) 49  (2) 99            (3) 149 (4) 199

ตอบ 2 หน้า 28 ลูเครติอุส (Lucretius) ซึ่งมีชีวิตอยู่ราว 99 ปีก่อนคริสต์ศักราช ได้เขียนบทกลอน ชื่อ “De Rerum Natura” โดยกล่าวว่า พืชจะเกิดก่อนสัตว์ สัตว์ที่มีอวัยวะของร่างกายที่อยู่ ในชั้นสูงขึ้นจะมีการแยกกลุ่มตามเพศ ทั้งนี้เป็นผลมาจากการวิวัฒนาการจากสัตว์ชั้นตํ่ากว่า และสภาวะธรรมชาติที่ผันแปรจะก่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตชนิดแปลกใหม่ที่มีสภาพร่างกายที่เหมาะสม กับสิ่งแวดล้อมใหม่นั้น

51.       ใครคือผู้ที่กล่าวว่า มนุษย์ทุกชีวิตในโลกสืบสายตระกูลมาจากอาดัมและอีวา‘’

(1) อริสโตเติล  

(2) ทาเลส        

(3) ลูเครติยุส   

(4) เซนต์ ออกัสติน

ตอบ 4 หน้า 28 เซนต์ ออกัสติน อธิบายว่า มนุษย์ทุกชีวิตในโลกสืบสายตระกูลมาจากอาดัมและอีวา ซึ่งเป็นบรรพบุรุษคู่แรกที่พระเจ้าสร้างขึ้นเมื่อราว 6,000 ปีมาแล้ว

52.       เชื่อกันว่า พระเจ้าได้สร้างอาดัมและอีวามาราวกี่ปีแล้ว

(1) 2,000 ปี     

(2)       6,000 ปี          

(3)       10,000 ปี        

(4)       15,000 ปี

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 51. ประกอบ

53.       ใครคือผู้ที่ได้รับการขนานนามว่า บิดาแห่งการศึกษาสาขาสัตววิทยา

(1) ชาร์ลส์ ดาร์วิน        

(2) ชาร์ลส์ ลีลล์           

(3)       เซนต์    ออกัสติน          

(4) ยอว์จ คูเวียร

ตอบ 4 หน้า 33 ยอร์จ คูเวียร์ (George Cl v/ier) นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ได้รับการขนานนาม ว่าเป็น บิดาแห่งการศึกษาสาขาสัตววิทยา” ที่เชี่ยวชาญในการศึกษาด้านกระดูก โดยเขาไม่เชื่อว่า สิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่ที่บังเกิดขึ้นเป็นผลมาจากการวิวัฒนาการจากพันธุ์เก่า แต่เห็นว่าสิ่งที่มีชีวิต ทุกกลุ่มทุกพันธุ์ได้รับการกำหนดโครงสร้างของรูปร่างให้เป็นเช่นนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่แน่นอนตายตัว แต่เมื่อโลกต้องพบกับภัยพิบัติอย่างร้ายแรง จะทำให้สิ่งมีชีวิตบางส่วนถูกทำลายลง จากนั้น สิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่ก็จะอุบัติขึ้นและขยายพันธุ์ต่อไป

54.       หลักยูนิฟอร์ม เป็นแนวความคิดของใคร

(1) ชาร์ลส์ ดาร์วิน        (2) ชาร์ลส์ ลีลล์           (3)       เซนต์    ออกัสติน          (4) ยอร์จ คูเวียร์

ตอบ 2 หน้า 33 ชาร์ลส์ ลีลส์ (Charles Lyll) นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ เป็นผู้เสนอ หลักยูนิฟอร์ม” (Uniformitarionism) เขาได้คัดค้านทฤษฎีภัยพิบัติของคูเวียร์ โดยกล่าวแย้งว่าชั้นหินของโลก ที่ก่อรูปมาเป็นดังเช่นทุกวันนี้ได้ผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ เรื่อยมา

55.       ถ้าหาก ชาร์ลล์ ดาร์วิน ยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน เขาจะมีอายุราวกี่ปี

(1)       100 ปี  (2) 200 ปี      (3) 300 ปี       (4) 400 ปี

ตอบ ดูคำอธิบายข้อ 41. ประกอบ

56.       ชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้รับเชิญให้เดินทางไปกับเรือ H.M.S. Beagle เมื่อใด

(1) มกราคม ค.ศ. 1940

(2)       ธันวาคม ค.ศ. 1831    (3) กรกฎาคม ค.ศ. 1727        (4) สิงหาคม ค.ศ. 1619

ตอบ 2 หน้า 35 ชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้รับเชิญให้เดินทางรอบโลกไปกับเรือชื่อ H.M.S. Beagle โดยเริ่มออกเดินทางจากเมืองท่าของประเทศอังกฤษในวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 1831 และกลับถึง ประเทศอังกฤษในวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1836 รวมเวลาเดินทางรอบโลกราว 5 ปี

57.       ใครคือผู้เขียนหนังสือ Systema Naturae

(1)       เฮราคลิตัส      (2) ลูเครติอุส   (3) คาโรลัส ลินเน่        (4) เซนต์ ออกัสติน

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 40. ประกอบ

58.       หนังสือเล่มใดเป็นของชาร์ลล์ ดาร์วิน

(1) On Origin of Species

(2)       The Descent of Man         (3) Principle of Mankind  (4) ข้อ 1 และ 2

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 43. ประกอบ

59.       ชาร์ลส์ ดาร์วิน จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยใด

(1) เคมบริดจ์   (2)       อ๊อกฟอร์ด        (3)       แมนเชสเตอร์   (4)       ลิเวอร์พูล

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 41. ประกอบ

60.       บุฟฟง” มีชีวิตอยู่ราว ปี ค.ศ. เท่าใด

(1) 1556 – 1627         (2)       1618 – 1689   (3)       1707 – 1778   (4)       1812 – 1883

ตอบหน้า 30 ยอร์จ หลุยส์ เลอเคลร์ (Georges Louis Leclerc) หรือที่รู้จักกันในนาม บุฟฟง” (Buffon) ขุนนางชาวฝรั่งเศส มีชีวิตอยู่ในระหว่างปี ค.ศ. 1707 – 1778 ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับ พลวัตของสรรพสิ่งว่า เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะมองสิ่งมีชีวิตทั้งมวลว่าเป็นกระบวนการของระบบ ที่มีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ทุกสิ่งหาได้มีโครงสร้างทางกายภาพที่แน่นอนตายตัว 

61.       ชาร์ลส์ ดาร์วิน จบการศึกษาในปี ค.ศ. ใด

(1) 1758         

(2)       1831   

(3)       1898   

(4)       1912

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 41. ประกอบ

62.       การแบ่งโซมาติกเซลล์ เรียกว่าอะไร

(1) Zygote 

(2)       Centriole 

(3)       Meiosis    

(4)       Mitosis

ตอบ 4 หน้า 49 – 50 การแบ่งแยกเซลล์ (Cell Division) จำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.         กระบวนการแบ่งเซลล์โซมาติก เรียกว่าไมโตซิส (Mitosis) เป็นกระบวนการแบ่งเซลล์ ที่ไม่สลับซับซ้อน โดยจะก่อให้เกิดความเจริญเติบโตของร่างกายและทำให้ร่างกายสามารถ ธำรงอยู่ได้ต่อไป ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ Interphase, Prophase, Metaphase, Anaphase และ Telophase

2.         กระบวนการแบ่งเซลล์สืบพันธุ์หรือเซลล์ทางเพศ เรียกว่า ไมโอซิส (Meiosis) เป็นกระบวนการ แบ่งเซลล์ที่ก่อให้เกิดการสร้างลูกหลาน หรือที่เรียกว่าการสืบพันธุ์ (Reproduction) โดย ผ่านกระบวนการพิเศษที่มีลักษณะเฉพาะ

63.       โครโมโซมของมนุษย์มีจำนวนทั้งหมดกี่คู่

(1) 18  

(2)       23        

(3) 46  

(4)       54

ตอบ 2 หน้า 49 โครโมโซมของมนุษย์มีจำนวนทั้งสัน 46 ตัว หรือ 23 คู่ โดยในโซมาติกเซลล์จะมี โครโมโซม 2 ประเภท คือ โครโมโซมจำนวน 22 คู่ เรียกว่า ออโตโซม (Autosomes) ส่วนโครโมโซม คู่ที่ 23 เรียกว่า โครโมโซมทางเพศ (Sex Chromosomes) เป็นโคโมโซมที่แตกต่างจากโคโมโซม ตัวอื่น ๆ ทั้งหมด ซึ่งในเพศหญิงจะใช้อักษรแทนว่า XX ส่วนในเพศชายจะใช้อักษรแทนว่า XY

64.       การแบ่งเซลล์เพศ เรียกว่าอะไร

(1) Zygote (2)       Centriole (3) Meiosis         (4)       Mitosis

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 62. ประกอบ

65.       เกรเกอร์ เมนเดล เป็นคนชนชาติใด

(1) อังกฤษ      (2)       อิตาลี   (3) ฝรั่งเศล      (4)       ออสเตรีย

ตอบ 4 หน้า 57 – 60 เกรเกอร์ เมนเดล (Gregor Mendel) พระชาวออสเตรีย เป็นลูกชาวนา เกิดที่หมู่บ้านซิเลเซียน ประเทศออสเตรีย เขาได้ค้นพบกฎแห่งพันธุกรรม (พันธุศาสตร์)เป็นคนแรก โดยได้ทำการค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับกฎแห่งพันธุกรรมเป็นเวลา 8 ปี ด้วยการ ผสมถัวข้ามพันธุ์ ซึ่งพบว่าลูกผสมที่เกิดขึ้นมีแบบแผนของรูปลักษณ์ที่ปรากฏออกมาแน่นอน และคล้ายคลึงกันในการทดลองทุกครั้ง จากผลงานการวิจัยดังกล่าวทำให้เขาได้รับความสนใจ อย่างกว้างขวางภายหลังจากมีผู้นำผลงานของเขาไปศึกษาอย่างจริงจัง และได้รับการยอมรับ เมื่อราวปี ค.ศ. 1900 หรือภายหลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว 16 ปี

66.       พ่อ-แม่ของเกรเกอร์ เมนเดล มีอาชีพอะไร

(1)ขุนนาง        (2)อาจารย์       (3)ชาวนา         (4)พ่อค้า

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 65. ประกอบ

67.       การปฏิวัติเขียว” หมายความถึงอะไร

(1) การผสมพันธุ์สัตว์ข้ามสายพันธุ์     (2) การปรับปรุงพันธุ์พืชให้ได้ผลผลิตสูง

(3)       การผสมพันธุ์พืชในพื้นที่ราบลุ่ม          (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 2 หน้า 61 การปฏิวัติเขียว (Green Revolution) หรือการปรับปรุงพันธุ์พืชให้ได้ผลผลิตสูง เป็นผลมาจากการพัฒนาวิชาพันธุ์ศาสตร์ ซึ่งทำให้โลกสามารถผลิตธัญพืชและผักเพื่อเลี้ยง ประชากรที่ทวีจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วได้

68.       โซมาติกเซลล์จะมีการสร้างขึ้นมาทดแทนเซลล์เก่าในรอบทุกๆ กี่ปี

(1) 3 ปี            (2) 5 ปี            (3) 7 ปี            (4) 9 ปี

ตอบ 3 หน้า 47 เซลล์ในร่างกายของมนุษย์ จำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.         โซมาติกเซลล์ (Somatic Cells) โดยในร่างกายของคนเรานั้นจะประกอบด้วยเนื้อเยื่อ (Tissues) หลายประเภทที่ประกอบกันขึ้นเป็นร่างกาย เช่น ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และตับ เป็นต้น ซึ่งเนื้อเยื่อเหล่านี้เป็นที่รวมของโซมาติกเซลล์นับเป็นจำนวนหลายพันล้านเซลล์ โดยโซมาติกเซลล์จะมีการสร้างขึ้นใหม่ทดแทนเซลล์เก่าที่ตายไปในทุก ๆ 7 ปี

2.         เซลล์สืบพันธุ์ (Sex Cells) จะทำหน้าที่นำรหัสที่เป็นคุณลักษณะของพ่อแม่ถ่ายทอดไปยัง ลูกหลานทางพันธุกรรม

69.       ออโตโซมของมบุษย์เป็นโครโมโซมมีจำนวนกี่คู่

(1) 22  (2) 23  (3)       44        (4) 48

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 63. ประกอบ

70.       ข้อใดคือโครโมโซมของเพศชาย

(1) X   (2)       XY     (3)       XX     (4) YY

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 63. ประกอบ

71.       โมเลกุลดีเอ็นเอได้มีการค้นพบในช่วงปี ค.ศ. ใด

(1) 1889 – 1891         

(2) 1902 – 1904         

(3)       1942 – 1944   

(4) 1951 – 1953

ตอบ 4 หน้า 54 การค้นพบโมเลกุลดีเอ็นเอ (DNA) ในระหว่างปี ค.ศ. 1951 – 1953 นั้นเป็นผลมาจาก การวิจัยของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งผู้ที่ค้นพบโมเลกุลดีเอ็นเอ คือ เจมส์ ดี. วัทสัน (James D. Watson), ฟรานซิส คริค (Francis Crick) และมอริช วิลกินส์ (Maurice Wilkins) โดยผลงานดังกล่าวทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั้งสามได้รับรางวัลโนเบลลาขา การแพทย์และกายวิภาคศาสตร์ในปี ค.ศ. 1962

72.       ผู้ที่ค้นพบโมเลกุลดีเอ็นเอได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ. ใด

(1) 1903         

(2) 1932         

(3) 1951         

(4) 1962

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 71. ประกอบ

73.       สารใดในนิวเคลียสของเซลล์ที่ทำหน้าที่หลักในการถ่ายทอดรหัสทางพันธุกรรม

(1) DNA      

(2) RNA      

(3) Lipid     

(4) ข้อ 1 และ 2

ตอบ 4 หน้า 49 โครงสร้างของเซลล์ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

1.         นิวเคลียส จะทำหน้าที่หลักในการถ่ายทอดคุณลักษณะทางชีวภาพของพ่อแม่ไปสู่ลูกหลาน (ในกรณีของเซลล์สืบพันธุ์) โดยนิวเคลียสจะแยกออกจากไซโตพลาสซึมด้วยเยื่อ (Membrane) บาง ๆ กั้น และภายในนิวเคลียสจะมีกรดนิวคลิอิก 2 ชนิดที่ทำหน้าที่หลักในการถ่ายทอด รหัสทางพันธุกรรม คือ Deoxyribonucleic  Acid (DNA) และ Ribonucleic  Acid (RNA)

2.         ไซโตพลาสซึม จะประกอบด้วยสารหลายชนิดที่มีรูปร่างโครงสร้างเฉพาะแตกต่างกัน แต่จะมีสารบางตัว เช่น Ribbosomes, RND, Animo Acids ที่มีความสำคัญในการทำหน้าที่ช่วยการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

74.       สิ่งที่แยกไซโตพลาสซึมกับนิวเคลียส เรียกว่าอะไร

(1) Proteins        (2) Membrane  (3) Lipid     (4) DNA และ RNA

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 73. ประกอบ

75.       สัตว์เซลล์เดียวที่มีลักษณะคล้ายแบคทีเรียและเห็ดรา เกิดขึ้นในยุคใด

(1) เมโสโซอิก  (2) ซีโนโซอิก

(3)       พาลีโอโซอิก     (4) พรีแคมเบรียน

ตอบ 4 หน้า 62 นับตั้งแต่เปลือกโลกแข็งตัวเมื่อราว 3,500 ล้านปีมาแล้ว ได้เกิดสิ่งมีชีวิตขึ้นบนโลก เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียวที่มีลักษณะคล้ายกับแบคทีเรียและพวกเห็ดราที่ขึ้นตาม ที่ชื้นแฉะ โดยซ่วงเวลานี้เรียกว่า พรีแคมเบรียน (Precambrian)

76.       สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเกิดขึ้นครั้งแรกในโลกในยุคใด

(1) เมโสโซอิก  (2) ซีโนโซอิก    (3) พาลิโอโซอิก           (4) พรีแคมเบรียน

ตอบ 1 หน้า 63 ยุคเมโสโซอิก (ระหว่าง 225 – 65 ล้านปีมาแล้ว) เป็นยุคที่นํ้าแข็งซึ่งปกคลุมโลก ได้ละลายลง ก่อให้เกิดการพังทลายของภูเขาในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยสิ่งมีชีวิต ที่เกิดขึ้นในช่วงแรก ได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (ถือเป็นการเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกบนโลกของ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) ในขณะที่สัตว์เลื้อยคลานได้ครองอำนาจเหนือโลก ต่อมาในช่วงกลาง จึงมีนกเกิดขึ้น และช่วงสุดท้ายก็มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น คือ การสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ และสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่

77.       สัตว์ตระกูลไพรเมตเกิดขึ้นครั้งแรกในยุคใด

(1) เมโสโซอิก  (2) ซีโนโซอิก    (3) พาลิโอโซอิก           (4) พรีแคมเบริยน

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 27. ประกอบ

78.       มนุษย์สายพันธุ์โฮโม เซเปียนส์เกิดขึ้นในยุคใด

(1) ช่วงแรกของยุคเมโสโซอิก  (2) ช่วงท้ายของยุคเมโสโซอิก

(3) ช่วงแรกของยุคซีโนโซอิก   (4) ช่วงท้ายของยุคซีโนโซอิก

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 27. ประกอบ

79.       ในการปฏิสนธิ หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือผิดปกติในการวิวัฒนาการขึ้นเราเรียกว่าอะไร

(1) ความล้มเหลวในการปฏิสนธิ         (2) ความก้าวกระโดดในการปฏิสนธิ

(3) การผ่าเหล่า           (4) ผิดทั้งหมด

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 47. ประกอบ

80.       ไพรเมตในลำดับย่อยพรอลิมีพวกแรก ได้แก่ข้อใด

(1) ลิงบาบูน    (2) ลิงลม         (3) ลิงทาร์เซีย  (4) ชะนี

ตอบ 2 หน้า 71 สัตว์ที่มีวิวัฒนาการเป็นไพรเมตในลำดับย่อยพรอสิมีพวกแรก ได้แก่ ลิงลมหรือลิงเลมูร์ เป็นไพรเมตที่มีจมูกยาว มีลักษณะคล้ายสุนัขจิ้งจอก โดยมีขนาดตั้งแต่เท่าหนูไปจนถึง เท่าสุนัข มีหางใช้ในการทรงตัว แต่ไม่อาจใช้เกาะเกี่ยวกิ่งไม้ด้ ส่วนพรอสิมีลำดับย่อยที่สูงขึ้น ได้แก่ ลิงทาร์เซีย เป็นไพรเมตที่มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 8 นิ้ว มีขนปุกปุย ใบหน้าแบนและ มีนัยน์ตาโตตั้งอยู่ตรงด้านหน้า สามารถหันศีรษะได้รอบ 180 องศา ซึ่งปัจจุบันสามารถพบได้ ตามหมู่เกาะมลายูและฟิลิปปินส์

81.       ไพรเมตในลำดับย่อยแอนโทรปอยดีชนิดใดที่เป็นลิงโลกเก่า

(1) ลิงบาบูน    

(2) ลิงลม         

(3) ลิงทาร์เซีย  

(4) ชะนี

ตอบ 1 หน้า 71 – 72 ไพรเมตในลำดับย่อยแอนโทรปอยดี จำแนกออกเป็น 3 วงศ์ใหญ่ คือ

1.         ลิงโลกเก่า ซึ่งมีลักษณะหางสั้น มีฟันกรามเล็ก ๆ สองซี่อยูข้างขากรรไกรแต่ละข้าง และมี ขนาดใหญ่เท่กับสุนัข ได้แก่ ลิงบานูน

2.         ลิงโลกใหม่ ซึ่งมีลักษณะขนปุกปุย มีขนาดเล็กจนเกือบถึง 3 ฟุต หากินในเวลากลางคืน และ อยู่รวมกันเป็นครอบครัวกลุ่มเล็ก ๆ ได้แก่ ลิงแมงมุม ลิงดูกูลิส ซึ่งจะพบได้ในทวีปอเมริกาใต้ แถบประเทศนิคารากัว เปรู และลุ่มแมน้ำอเมซอล

3.         โฮมีนอยดี ซึ่งเป็นวงศ์ใหญ่ที่จะวิวัฒนาการต่อไปเป็นสายพันธุ์ของมนุษย์

82.       ลิงโลกใหม่ สามารถพบได้ที่ทวีปใด

(1) อเมริกาเหนือ          

(2) อเมริกาใต้  

(3) แอฟริกา     

(4) เอเชียตะวันออก

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 81. ประกอบ

83.       เอปหรือวานรในวงศ์ Pongidae มีขนาดมันสมองราวกี่ ลบ.ซม.

(1) 300 – 400  

(2) 400 – 500  

(3) 500 – 600  

(4) 600 – 700

ตอบ2 หน้า 72 – 73 วงศ์ใหญ่โฮมินอยดี (Hominoidae) จำแนกออกเป็น 3 วงศ์ คือ

1. Hylobatidae เป็นสัตว์จำพวกชะนีที่ว่องไวผาดโผน สามารถปีนป่ายห้อยโหนบนต้นไม้ ได้อย่างคล่องแคล่ว มีความสูงไม่เกิน 3 ฟุต และมีขนาดมันสมองราว 100 ลบ.ซม. ได้แก่ ลิงกิบบอน 2. Pongidae ซึ่งอาจเรียกว่า เอปหรือวานร เป็นลิงขั้นสูงสุด มีขนาดมันสมองราว 400 – 500 ลบ.ซม. ได้แก่ ชิมแปนซี กอริลลา และอุรังอุตัง   3. Hominidae ถือเป็นวงศ์ที่วิวัฒนาการเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์โบราณและจะกลายมาเป็นมนุษย์ปัจจุบัน

84.       ชิมแปนซีตัวผู้ มีนํ้าหนักเฉลี่ยราวกี่ปอนด์

(1) 70  (2)110 (3)       150     (4)       210

ตอบ.2 หน้า 72 ชิมแปนซี มีถิ่นที่อยู่ในทวีปแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาตอนกลางระดับเส้นศูนย์สูตร มีปริมาตรสมองราว 400 ลบ.ซม. ไม่มีดั้งจมูก ขากรรไกรค่อนข้างยื่นออกมา มีฟันกราม ที่พัฒนาใช้การได้ดี และกินพืชเป็นอาหาร โดยตัวผู้มีความสูงเฉลี่ย 5 ฟุต หนักราว 110 ปอนด์ ส่วนตัวเมียมีความสูงเฉลี่ย 4 ฟุต หนักราว 88 ปอนด์

85.       วานรประเภทใดที่มีนํ้าหนักประมาณ 650 ปอนด์ สูงประมาณ 5 ฟุต

(1)ชิมแปนซี     (2)อุรังอุตัง       (3)กอริลลา      (4)ถูกทั้งหมด

ตอบ 3 หน้า 72 – 73 กอริลลา มิถิ่นที่อยู่ทางแถบชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกาบริเวณที่ราบลุ่ม ของแม่น้ำคองโก เป็นวานรที่มีปริมาตรสมองมากที่สุด คือ 460 – 550 ลบ.ซม. มีนํ้าหนักราว 650 – 670 ปอนด์ มีความสูงเพียง 5 ฟุตครึ่ง และชอบอาศัยอยู่รวมกับเป็นฝูงตั้งแต่ 3-10 ครอบครัว

86.       สิ่งมีชีวิตข้อใดที่อยู่ในวงศ์ใหญ่โฮมินอยดี

(1)กบบบอน    (2)ชิมแปนซี     (3)กอริลลา      (4)ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 83. ประกอบ

87.       กอริลลา มักจะอยู่อาศัยรวมกับเป็นฝูงราวฝูงละกี่ครอบครัว

(1) 2 – 5           (2) 3 – 10        (3) 5-10          (4) 8 – 12

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 85. ประกอบ

88.       โฮมินิด มีลักษณะอย่างไร

(1) ใช้ชีวิตอยู่บนพื้นดิน (2)เดินตัวตรง (3) ใช้มือหยิบของ       (4)ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 32. ประกอบ

89.       สกุลออสตราโลพิธิคัส แยกย่อยออกเป็นสปีชี่ใด

(1) Australopithecus Africanus          (2) Australopithecus Robustus

(3) Australopithecus Amiricanus      (4) ข้อ 1 และ 2

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 25. ประกอบ

90.       หัวกะโหลกที่ได้ถูกค้นพบบริเวณ Taung ในปี ค.ศ. ใด

(1) 1895         (2) 1901         (3) 1924         (4) 1953

ตอบ 3 หน้า 77 – 78 เรมอนด์ ดาร์ท (Raymond Dart) นักกายวิภาคศาสตร์ชาวออสเตรเลียได้ค้นพบหัวกะโหลกชิ้นหนึ่งตรงบริเวณที่เรียกว่า Taung ในทวีปแอพ่ริกาเมื่อปี ค.ศ. 1924 ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับหัวกะโหลกของมนุษย์มาก ทำให้เขาเชื่อว่าได้พบซากโฮมินิดรุ่นแรก เป็นคนแรกของโลก และยังเป็นคนแรกที่เรียกโฮมินิดชนิดนี้ว่า ออสตราโลพิธิคัส แอฟริกานัส (Australopithecus Africanus)

91.       ออสตราโลพิธิคัส สูญจากโลกนี้ไปราวกี่ปีมาแล้ว

(1) 150,000 ปี                        

(2) 300,000 ปี            

(3) 500,000 ปี            

(4) 700,000 ปี

ตอบ 3 หน้า 79 – 80 โฮมินิดสกุลออสตราโลพิธิคัสได้สูญพันธุ์จากโลกนี้ไปราว 500,000 ปีมาแล้ว เป็นโฮมินิดที่สามารถเดินได้ด้วยเท้าทั้งสองข้าง มีลำตัวเกือบตั้งตรงในขณะเดิน มีฟันหลังและ ฟันกรามขนาดใหญ่ในการกินเนื้อ รวมทั้งเป็นกลุ่มแรกที่สามารถสร้างเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำ ด้วยหินได้ เราจึงเรียกวัฒนธรรมของโฮมินิดสกุลนี้ว่า วัฒนธรรมโอดูแวน

92.       ไพรเมตมีนิ้วมือนิ้วเท้าข้างละกี่นิ้ว

(1) 3    

(2) 4    

(3) 5    

(4) 6

ตอบ 3 หน้า 68 – 69 แบบแผนหลักทางด้านสรีรวิทยาและพฤติกรรมของไพรเมต มีดังนี้

1.         มีนิ้วมือและนิ้วเท้าอยู่ข้างละ 5 นิ้ว

2.         มีเล็บมือเล็บเท้าแทนการมีกรงเล็บแบบสัตว์

3.         มือและเท้าสามารถยืดและหดเข้าออกได้ง่าย

4.         มีกระดูกไหปลาร้า ซึ่งจะไม่พบในสัตว์สี่เท้าชนิดอื่น

5.         สามารถกินอาหารได้ทุกประเภทโดยไม่เลือก

6.         จำเป็นต้องพึ่งพาพ่อแม่เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมต่าง ๆ

7.         ตัวผู้ (เพศชาย) จะอาศัยอยู่ร่วมกับครอบครัวอย่างถาวร ฯลฯ

93.       เจน กูดเดลล์ ทำการศึกษาชีวิตของสัตว์ประเภทใด

(1) อุรังอุตัง      

(2) ชิมแปนซี    

(3) กอริลลา     

(4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 22. ประกอบ

94.       พ่อของหลุยส์ ลีกกี้ เป็นชาวอะไร

(1)       อิตาลี  (2) ฝรั่งเศส      (3) อังกฤษ      (4) เยอรมนี

ตอบ 3 หน้า 78 หลุยส์ ลีกกี้ (Louis Leakey) เป็นลูกของมิชชันนารีชาวอังกฤษ แต่เกิดที่หมู่บ้าน ของคนเผ่าคิกูยูในแถบแอพ่ริกาตะวันออกในปี ค.ศ. 1903 ซึ่งอาจเป็นคนผิวขาวคนแรก ที่ถือกำเนิดในกาฬทวีป (ทวีปแอฟริกา)

95.       มนุษย์กลุ่มใดที่รู้จักการใช้ไฟเป็นครั้งแรก     

(1) โฮโม เซเปียนส์

(2)       โฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์       (3)โฮโม อีเรคตัส          (4)ออสตราโลพิธิคัส

ตอบ 3 หน้า 838695 วัฒนธรรมของโฮมินิดยุคโฮโม อิเรคตัส เรียกว่า วัฒนธรรมอาชูเลี่ยน

(Acheulian) ซึ่งมีลักษณะสำคัญดังนี้

1. มีการใช้เครื่องมือเครื่องใช้ที่สำคัญ คือ เครื่องมือหินสำหรับลับหรือตัด ซึ่งแหล่งทำหิน

ที่สำคัญ ก็คือ อาชูเลี่ยน          2. สามารถสร้างเครื่องมือเพื่อใช้ล่าสัตว์ขนาดใหญ่ได้

3.         อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม         4. ริเริ่มใช้ ไฟ” เป็นครั้งแรก

5.         เป็นกลุ่มแรกที่ริเริ่มการใช้ภาษาในการสื่อสาร โดยใช้ระบบสัญลักษณ์ด้านภาษาพูดเพื่อ บ่งบอกถึงความต้องการและความรู้สึกของตน ฯลฯ

96.       ซากดึกดำบรรพ์ของโฮโม อีเรคตัส มีการค้นพบในทวีปใด

(1) ยุโรป          (2) เอเชีย         (3) แอฟริกา     (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 หน้า 84 – 85 มีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของโฮโม อีเรคตัส ใบทวีปเอเชีย ยุโรป และ แอฟริกา แต่ไม่พบในทวีปอเมริกาและออสเตรเลีย ซึ่งซากดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบนั้น ได้แก่ ซากกระดูกของมนุษย์ชวา มนุษย์ปักกิ่ง และมนุษย์ไฮเดลเบอร์ก

97.       ซากของมนุษย์ชวา มนุษย์ปักกิ่ง และมนุษย์ไฮเดลเบอร์ก จัดอยู่ในสกุลใด

(1) โฮโม เซเปียนส์       (2) โฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์

(3)       โฮโม อีเรคตัส   (4) ออสตราโลพิธิคัส

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 96. ประกอบ

98.       เดวิดสัน แบล็ค และพวก ได้ทำการค้นหาซากโฮมินิดอย่างจริงจังตั้งแต่ปี ค.ศ. ใด

(1) 1895         (2) 1901         (3) 1928         (4) 1947

ตอบ 3 หน้า 85 นายแพทย์เดวิดสัน แบล็ค (Davidson Black) แห่งมหาวิทยาลัยการแพทย์กรุงปักกิ่ง ได้รวบรวมนักวิชาการมาทำการค้นหาซากโฮมินิดที่หมู่บ้านโจวโขว่เตี้ยน

อย่างจริงจังในปี ค.ศ. 1928 ซึ่งกลุ่มนักวิจัยได้ค้นพบซากกระดูกจำนวนมาก จึงได้ตั้งชื่อซากโฮมินิดที่ค้นพบนี้ว่า ซิแนนโธรปัส” (Sinanthropus) หรือเรียกง่าย ๆ ว่า มนุษย์ปักกิ่ง

99.       โฮมินิด เป็นคำเรียกกลุ่มสัตว์ในวงศ์ใด

(1)โฮโมเซอิก   (2)โฮมินิเดีย    (3) โฮโม เซเปียนส์       (4)โฮมิโนโซอิก

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 32. ประกอบ

100.    ช่วงโฮโม อิเรคตัส อยู่ในช่วงวัฒนธรรมแบบใด

(1)       มุสเตอเรียน     (2)อาชูเลียน    (3)โอดูแวน      (4)แอนโดเลี่ยน

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 95. ประกอบ

101.    ใครคือผู้ค้นพบซากมนุษย์ชวาเป็นคนแรก     

(1) ยูยีน ดูบัว

(2)       กันนาร์ แอนเดอร์สัน   

(3) ฟรานซ์ ไวเดนริช    

(4) เดวิดสัน แบล็ค

ตอบ 1 หน้า 84 ยูยีน ดูบัว (Eugene Dubois) ชาวฮอลันดา เป็นผู้ค้นพบซากกระดูกมนุษย์ชวาเป็นคนแรก โดยในปี ค.ศ. 1891 เขาได้ค้นพบหัวกะโหลกและกระดูกโคนขาในชวาประเทศ อินโดนีเซีย จึงนำมาศึกษาวิเคราะห์อย่างละเอียดและเขียนเป็นบทความออกมาเผยแพร่ โดยได้ตั้งชื่อสิ่งที่ค้นพบว่า พิธีแคนโธรปัส อีเรคตัส” (Pethecanthropus Erectus) หรือเรียกง่ายๆ ว่า มนุษย์ชวา

102.    มนุษย์ปักกิ่ง เรียกว่าอะไร     

(1) นีแอนเดอร์ธอลส์

(2)       ซิแนนโธรปัส    

(3) โฮโม ไฮเดลเบอร์เจนซิส     

(4) พิธีแคนโธรปัส อีเรคตัส

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 98. ประกอบ

103.    โฮโม เซเปียนส์ มีวัฒนธรรมแบบใด

(1)โอดูแวน      

(2) อาชูเลี่ยน   

(3)มุสเตอเรียน            

(4) แม็กเดลิเนียน

ตอบ 3 หน้า 8795 โฮโม เซเปียนส์ มีวัฒนธรรมแบบ มุสเตอเรียน” (Mousterian) โดย โฮโม เซเปียนส์ในยุคแรก (ยุคต้น) ได้แก่

1.         มนุษย์สไตน์เฮม (Steinheim) พบในประเทศเยอรมนี มีอายุราว 300,000 – 200,000 ปีมาแล้ว

2.         มนุษย์สวอนสโคมบ์ (Swanscombe) พบในประเทศอังกฤษ ใกล้กรุงลอนดอน โดยมีชีวิต อยู่ในช่วงเดียวกับมนุษย์สไตน์เฮม

3.         มนุษย์นีแอนเดอร์ธอลส์ (Neanderthals) พบในประเทศอิรัก โซเวียต และจีน มีอายุราว 125,000 – 40,000 ปีมาแล้ว ซึ่งมนุษย์นีแอนเดอร์ธอลส์นี้มีรูปร่างใกล้เคียงกับมนุษย์ สมัยใหม่ และถือเป็นมนุษย์ขั้นสุดท้ายทีจะวิวัฒนาการกลายเป็นโฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์

104.    มนุษย์อะไรที่อยู่ในยุคต้นของโฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์

(1) ปักกิ่ง         (2)ชวา (3) โครมันยอง (4) สวอนสโคมบ์

ตอบ 3 หน้า 89 – 90 มนุษย์โครมันยอง (Cro-ma§non) เป็นโฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์ ในยุคต้น ซึ่งถูกค้นพบเป็นครั้งแรกที่หมู่บ้านโครมันยอง บริเวณตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส มนุษย์กลุ่มนี้ มีชีวิตอยู่ในระหว่างครึ่งหลังของยุคนํ้าแข็งรุ่นสุดท้ายที่มีอากาศอบอุ่นและหนาวสลับกันไป เป็นมนุษย์ที่มีความสามารถในการทำเครืองมือเครื่องใช้ด้วยไม้ กระดูกและเขาสัตว์ ปั้นรูป ทำเครื่องปั้นดินเผา และสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมอื่น ๆ ได้ เช่น วิธีการล่าสัตว์ ศิลปะ และ พิธีกรรม นอกจากนี้ยังริเริ่มพิธีการฝังศพด้วย

105.    มนุษย์กลุ่มใดที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับมนุษย์สมัยใหม่

(1) สไตน์เฮม   (2)       นีแอนเดอร์ธอลส์         (3) สวอนสโคมบ์         (4) มุสเตอเรียน

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 103. ประกอบ

106.    ในปัจจุบันมีทฤษฎีที่กล่าวถึงสกุลโฮโมว่ามีสายวิวัฒนาการมาจากจุดไหนอย่างไรทั้งหมดกี่ทฤษฎี

(1)3     (2)5     (3)7               (4)9

ตอบ 4 หน้า 83 ปัจจุบันมีทฤษฎีที่กล่าวถึงสกุลโฮโมว่ามีสายวิวัฒนาการมาจากจุดไหนอย่างไร ทั้งหมด 9 ทฤษฎี

107.    ทวีปใดเป็นแหล่งที่ค้นพบซากที่อยู่ของโฮโม อีรคตัส

(1) เอเชีย         (2)       ยุโรป    (3)       ออสเตรเลีย     (4) อเมริกา

ตอบ 1. 2 ดูคำอธิบายข้อ 96. ประกอบ

108.    มนุษย์สวอนสโคมบ์ ได้ถูกค้นพบ ณ ที่ใด

(1) เยอรมนี      (2)       แอนตาร์กติก   (3)       อังกฤษ            (4) จีน

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 103. ประกอบ

109.    โฮโม เซเปียนส์ ยุคแรก ได้แก่กลุ่มใด

(1) มนุษย์สไตน์เฮม     (2) มนุษย์นีแอนเดอร์ธอลส์

(3)       มนุษย์สวอนสโคมบ์     (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 103. ประกอบ

110.    บริเวณใดที่เคยเป็นแหล่งเพาะปลูกโบราณที่สำคัญในยุคต้น           

(1) ตอนเหนือของจีน

(2)       ประเทศเม็กซิโก           (3) ประเทศเปรู            (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 หน้า 91 มนุษย์เริ่มทำการเพาะปลูกเมื่อ 10,000 ปีมาแล้ว โดยบริเวณแหล่งเพาะปลูกโบราณ ที่สำคัญในยุคต้น ได้แก่ ตอนเหนือของจีน เม็กซิโก และเปรู โดยมีผู้ค้นพบหลักฐานว่าดินแดน แถบสุวรรณภูมิของเรานี้เริ่มทำการเพาะปลูกเมื่อ 9,000 ปีมาแล้ว

111.    ดินแดนสุวรรณภูมิได้เริ่มทำการเพาะปลูกมาแล้วราวกี่ปี

(1) 5,000ปี      

(2)9,000ปี       

(3) 15,000ปี   

(4) 30,000ปี

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 110. ประกอบ

112.    ปิกมี่” มีความสูงเฉลี่ยราวกี่เซนติเมตร

(1) 100            

(2)       120     

(3)       140     

(4)       150

ตอบ 3 หน้า 105 ปิกมี่หรือคนแคระ เป็นมนุษย์ชาติพันธุ์ผิวดำที่มีรูปร่างเตี้ยต่ำกว่า 140 เซนติเมตร ลงมา มักอาศัยอยู่ตามลุ่มน้ำคองโกในทวีปแอฟริกา ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่ทางแหลมมลายู และบางเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

113.    คนกลุ่มใดที่มีอัตราความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนังสูง

(1) ผิวขาว        

(2)       ผิวดำ   

(3)       ผิวเหลือง         

(4)       ผิวดำ-แดง

ตอบ 1 หน้า 106 จากการทดลองพบว่า ผิวสีดำของคนนิโกรจะสะท้อนแสงได้เพียง 24% ในขณะที่ ผิวสีขาวของคนยุโรปจะสะท้อนแสงได้ราว 64% นั่นหมายความว่า คนผิวดำจะได้เปรียบในแง่ การดูดซับความร้อนได้ดีกว่าคนผิวขาว ดังนั้นผิวขาวจึงไหม้ได้ง่ายกว่าหากถูกแสงแดดตรง ๆ และผิวขาวยังมีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่าผิวดำอีกด้วย

114.    กลุ่มเลือดใดที่มีลักษณะเด่น

(1) A  (2)       AB    (3)       O        (4)       ข้อ 1 และ 2

ตอบ 1 หน้า 109 กลุ่มเลือด O เป็นอัลลีนที่มิคุณลักษณะด้อย (Recessive Trait) ซึ่งการที่จะปรากฏ เป็นเลือดกลุ่ม O ได้ก็ต่อเมื่อมีอัลลีนในยีน (Genotype) เป็น OO เท่านั้น แต่หากผสมกับอัลลีล หรือ จะทำให้เป็น AO หรือ BO คน ๆ นั้นจะมีกลุ่มเลือด (Phenotype) เป็น หรือ ทั้งนี้เพราะ และ เป็นอัลลีนที่มีคุณลักษณะเด่น (Dominant Trait)

115.    การจัดระบบกลุ่มเลือดของมนุษย์ตามระบบ ABO System ค้นพบในปี ค.ศ. ใด

(1) 1853         (2) 1890         (3) 1900         (4) 1925

ตอบ 3 หน้า 109 นักวิทยาศาสตร์จัดจำแนกกลุ่มเลือดของมนุษย์ออกเป็นหลายกลุ่มตามโครงสร้าง ในเม็ดเลือดและตามประเภทของสารที่เป็นองค์ประกอบในเม็ดเลือด ซึ่งการจำแนกนี้มีอยู หลายระบบ เช่น ABO System, p System, Lutheran System และ Kell System เป็นต้น สำหรับประเทศไทยใช้การจำแนกกลุ่มเลือดระบบ ABO System ซึ่งเป็นระบบที่ถูกค้นพบโดย คาร์ล แลนด์สไตเนอร์ (Karl Landsteiner) เมื่อปี ค.ศ. 1900

116.    ผิวสีดำของมนุษย์ สามารถสะท้อนแสงได้ราวกี่เปอร์เซ็นต์

(1) 12  (2) 24  (3) 36  (4) 48

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 113. ประกอบ

117.    ที่ราบสูงแอนดิส มีความสูงราวกี่ฟุตเหนือระดับนํ้าทะเล

(1) 8,500        (2) 13,000      (3) 17,500      (4) 22,500

ตอบ 3 หน้า 109 บริเวณที่ราบสูงแอนดิสในทวีปอเมริกาใต้ มีความสูงราว 17,500 ฟุตเหนือระดับ นํ้าทะเล ซึ่งบริเวณที่อยู่อาศัยที่มีความสูงขนาดนี้จะมีผลต่อภาวะการเจริญพันธุ์หากคนจาก พื้นราบขึ้นไปอาศัยอยู่

118.    ใครคือผู้ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสมาขิกของสังคมเน้นในเรื่องแบบแผนการอบรมเลี้ยงดูเด็ก ที่เกาะซามัว

(1) เจน กูดเดลล์          (2) มาร์กาเรต มีด

(3)       ฟรานซ์ โบแอส (4) เอ็ดเวอร์ด ไทเลอร์

ตอบ 2 หน้า 259291 มาร์กาเรต มีด (Margaret Mead) ได้ทำการวิจัยเชิงมานุษยวิทยาโดยการ ออกไปศึกษาชีวิตของเด็กสาวบนเกาะซามัวแถบทะเลใต้ ซึ่งเน้นศึกษาความสัมพันธ์ของสมาชิกของสังคมนั้นในเรื่องแบบแผนการอบรมเลี้ยงดูเด็กของพ่อแม่ เช่น ฝึกการขับถ่าย การให้อาหาร การรักษาความสะอาด ตลอดจนการอบรมสั่งสอนทางวัฒนธรรม (Socialization)

119.    ใครคือผู้ที่ทำการศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบของวัฒนธรรมของเผ่าพิวโบล เผ่าควาคิตอล และชาวเกาะโดบู

(1) ฟรานซ์ โบแอส       (2) จอห์น เบตตี้

(3)       รูธ เบนเนดิกท์ (4) เอ็ดเวอร์ด ไทเลอร์

ตอบ 3 หน้า 259291 รูธ เบนเนดิกท์ (Ruth Benedict) ได้ทำการวิจัยเชิงมานุษยวิทยาโดยทำการ ศึกษาเปรียบเทียบวัฒนธรรมของชาวอินเดียนแดงเผ่าทิวโบล เผ่าควาคิตอล และชาวเกาะโดบู ซึ่งได้ข้อสรุปว่า ความแตกต่างในเรื่องของค่านิยม การมองโลก และสภาพแวดล้อมทางสังคม เป็นปัจจัยสำคัญในการก่อให้เกิดรูปแบบทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชนแต่ละเผ่า

120.    หนังสือ Primitive Culture ที่เขียนโดย เอ็ดเวอร์ด ไทเลอร์ เขียนขึ้นในปี ค.ศ. ใด

(1) 1815         (2) 1887         (3) 1890         (4) 1903

ตอบ 4 หน้า 255 – 256295 เอ็ดเวอร์ด ไทเลอร์ (Edward B. Tylor) นักมานุษยวิทยาชาวอังกฤษ ได้เขียนหนังสือชื่อ “Primitive Culture” ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1903 ซึ่งถือได้ว่าเป็นความพยายาม ใบการศึกษาเรื่อง ‘‘วัฒนธรรม ” ของมนุษย์ที่เป็นระบบและมีความสมบูรณ์ที่สุดเล่มแรกของโลก

Advertisement