(เฉพาะโจทย์) LAW3006 (LA 306),(LW 308) กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 1 การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2548

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2548

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3006 (LA 306),(LW 308) กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 1

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นายหนึ่งขับรถยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์  ทั้งยังขับรถยนต์ด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ชนนายสองถึงแก่ความตาย  ระหว่างพนักงานสอบสวนสอบสวนคดีนี้  นางสายภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสองยื่นฟ้องต่อศาลขอให้ลงโทษนายหนึ่งข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้นายสองถึงแก่ความตาย  คดีอยู่ระหว่างศาลไต่สวนมูลฟ้อง

ต่อมาเมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น  พนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลขอให้ลงโทษนายหนึ่งข้อหาขับรถยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์  และข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้นายสองถึงแก่ความตาย  ส่วนนางสายเมื่อทราบว่าพนักงานอัยการยื่นฟ้องนายหนึ่งแล้วจึงยื่นคำร้องขอถอนฟ้องต่อศาล  ศาลอนุญาต

นายสักบิดาตามความเป็นจริงและชอบด้วยกฎหมายของนายสองทราบเรื่อง  จึงยื่นคำร้องต่อศาลขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา ดังนี้  ถ้าท่านเป็นศาลจะสั่งคำร้องของนายสักว่าอย่างไร  เพราะเหตุใด

ข้อ  2  นายดำสารภาพว่าได้ชกหน้านายขาว  พนักงานสอบสวนจึงเปรียบเทียบปรับนายดำ  เป็นจำนวนเงิน  500  บาท ในความผิดฐานใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ  ตาม  ป.อ.  มาตรา  391  และให้นายดำชำระเงินค่าเสียหายแก่นายขาวเป็นจำนวนเงิน  1,000  บาท  ตามที่นายดำและนายขาวได้ยินยอมและตกลงกัน  นายดำได้ชำระเงินค่าปรับจำนวน  500  บาท  เป็นที่เรียบร้อยแล้วและขอผัดผ่อนชำระค่าเสียหายให้แก่นายขาว  ภายใน  7  วัน  แต่ต่อมาปรากฏว่านายดำไม่ยอมชำระค่าเสียหายให้แก่นายขาว  นายขาวจึงให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายดำต่อไป  ดังนี้หากท่านเป็นพนักงานสอบสวนจะดำเนินการในคดีนี้อย่างไร

ข้อ  3  นายแดงกับพวกอีกหลายคนได้ร่วมกันปล้นทรัพย์ของนายขาวบนเกาะสีชัง  อำเภอศรีราชา  จังหวัดชลบุรี  และวันเดียวติดต่อกันนั้นยังใช้เรือปล้นทรัพย์ของนายเขียวในเรือซึ่งแล่นอยู่ในทะเล  อ่าวไทยห่างจากอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  แล้วหนีต่อไปจนตำรวจและเจ้าหน้าที่จับนายแดงได้ขณะแล่นเรือหนีใกล้เขตอำเภอเมืองเพชรบุรี  จังหวัดเพชรบุรี  ซึ่งอยู่ริมทะเล  จึงส่งตัวนายแดงให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองเพชรบุรี  ทำการสอบสวน  พนักงานสอบสวนอำเภอเมืองเพชรบุรี  จึงทำการสอบสวนนายแดงในความผิดฐานปล้นทรัพย์ทั้งที่เกิดเหตุบนเกาะสีชังและอ่าวไทยดังกล่าว  เมื่อได้ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว  พนักงานสอบสวนจึงส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดเพชรบุรี  ทางอัยการจังหวัดเพชรบุรีจึงฟ้องนายแดงฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ทั้งสองแห่งดังกล่าวต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี

ดังนั้น  หากท่านเป็นศาลจังหวัดเพชรบุรี  จะสั่งรับคดีทั้งสองความผิดนั้นไว้พิจารณาหรือไม่

ข้อ  4  เมื่อวันที่  1  กุมภาพันธ์  2549  นายธนาคิมทำร้ายนายปารมีทำให้นายปารมีได้รับอันตรายสาหัส  วันรุ่งขึ้นนางจันทร์ภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของนายปารมีเข้าร้องทุกข์ต่อ  พ.ต.ต.ปฐวี พนักงานสอบสวน  พ.ต.ต.ปฐวีรวบรวมพยานหลักฐานจนมีหลักฐานตามสมควรว่านายธนาคิมทำร้ายนายปารมีทำให้นายปารมีได้รับอันตรายสาหัสจึงขอหมายจับจากศาลในวันที่  15  กุมภาพันธ์  2549  และในวันเดียวกันนั้นศาลได้ออกหมายจับให้แก่  พ.ต.ต.ปฐวี  ต่อมาในวันที่  16  กุมภาพันธ์  2549  พ.ต.ต.ปฐวีพบนายธนาคิมยืนอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าจึงเดินเข้าไปหานายธนาคิมแล้วแจ้งต่อนายธนาคิมว่าต้องถูกจับและได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมทั้งแสดงหมายจับต่อนาย

ธนาคิมและแจ้งให้นายธนาคิมทราบว่านายธนาคิมจะไม่ให้การหรือให้การก็ได้และนายธนาคิมมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความหรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ  เมื่อแจ้งสิทธิดังกล่าวแล้ว  พ.ต.ต.ปฐวีได้ถามนายธนาคิม    ที่ที่ทำการจับ(ในชั้นจับกุม)  ว่าจะให้การหรือไม่อย่างไร  นายธนาคิมให้การภาคเสธว่าขณะที่นายปารมีถูกทำร้ายตนอยู่ในที่เกิดเหตุแต่มิได้เป็นผู้ทำร้ายนายปารมี  หลังจากนายธนาคิมให้การดังกล่าว    ที่ที่ทำการจับ  (ในชั้นจับกุม)  แล้ว  พ.ต.ต.ปฐวีจึงสั่งให้นายธนาคิมไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ถูกจับพร้อมกับ  พ.ต.ต.  ปฐวี  นายธนาคิมยอมไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนแต่โดยดี  ในการที่  พ.ต.ต.ปฐวีได้บันทึกการจับไว้ด้วย  และเมื่อไปถึงยังที่ทำการของพนักงานสอบสวน  พ.ต.ต.ปฐวีและตำรวจของที่ทำการของพนักงานสอบสวนได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาตรา  84  ครบถ้วนทุกประการ

ดังนี้  ถ้อยคำที่นายธนาคิมให้ไว้ต่อ  พ.ต.ต.ปฐวี    ที่ที่ทำการจับกุม  (ในชั้นจับกุม)  จะสามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของนายธนาคิมได้หรือไม่  เพราะเหตุใด